[Review] OPPO A57 เซลฟี่ง่ายๆ โบเก้ก็มา รับ 2 ซิมแยกช่องใส่เมมฯด้วย

โดย Littlebear | 16 พฤษภาคม 2560 เมื่อ 11:01 น. | อ่าน 153

mx_IMG_7615
อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ของ OPPO ที่วางเป้าไว้ที่ตลาดเมนสตรีม หรือตลาดผู้ใช้งานที่มีสัดส่วนมากสุดในตลาดสมาร์ทโฟน คือช่วงระดับราคาต่ำกว่าหมื่นบาท ด้วย OPPO A57 ที่ชูในแง่ของการเป็นเซลฟี่โฟน ที่มาพร้อมกับดีไซน์ทันสมัย หน้าจอขนาดใหญ่ถึง 5.5 นิ้วให้ใช้งานกัน

สเปคของ OPPO A57

หน้าจอ IPS 5.2″ HD 720p 282.42 ppi Gorilla Glass 4
ชิปเซ็ต Qualcomm MSM8940 Snapdragon 435 Octa-core 1.4 GHz 64 bit
กราฟิก Adreno 505
หน่วยความจำ RAM 3GB, ROM 32GB
กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล F/12.0
กล้องหน้า 13 ล้านพิกเซล F/2.2
เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบไม่ต้องเปิดหน้าจอ
แบตเตอรี่ 2,900 mAh
รองรับ 4G LTE, Wi-Fi 802.11n  OTG, บลูทูธ 4.0 และ GPS
– Dual SIM นาโนซิมการ์ด 2 ช่อง + ไมโครเอสดีการ์ด แยกกัน
ระบบปฏิบัติการ Android 6.0 / Color OS 3.0
มีให้เลือก 2 สี Gold และ Rose Gold
ราคา 7,990 บาท

mx_IMG_7614ดีไซน์ของ A57 จะคล้ายๆกับใน R9s ของ OPPO ที่ออกมาจำหน่ายก่อนหน้านี้ เพราะถือว่าเป็นเครื่องในช่วงปีเดียวกัน เพียงแต่ A57 จะมีให้ความรู้สึกจับถนัดมือขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก็ถือว่ายังบางเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นๆในช่วงราคาเดียวกัน โดยขนาดตัวเครื่องของ A57 จะอยู่ที่ 149.1 x 72.9 x 7.65 มิลลิเมตร น้ำหนัก 147 กรัม

mx_IMG_7607ด้านหน้า จะเป็นจอกระจก Gorilla Glass 4 ขนาด 5.2 นิ้ว ความละเอียด 1280 x 720 พิกเซล โดยมีกล้องหน้าความละเอียด 13 ล้านพิกเซล f/2.2 ช่องลำโพงสนทนา และไฟแจ้งเตือนอยู่ส่วนบน ส่วนล่างหน้าจอเป็นปุ่มโฮมที่เป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ปุ่มเรียกดูแอปที่ใช้งาน และย้อนกลับ

mx_IMG_7611ด้านหลัง มีการเล่นลายจากร่องของเครื่องพาดเป็นแนวยาวขวางตัวเครื่องในส่วนบน และล่าง โดยมีกล้องหลักความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ที่นูนออกมาเล็กน้อย พร้อมไฟแฟลชอยู่ ส่วนตรงกลางมีสัญลักษณ์ OPPO และตัวอักษรสัญลักษณ์มาตรฐานต่างๆ

mx_IMG_7627 mx_IMG_7629รอบๆเครื่องจะมีการทำเป็นขอบเครื่องแบบ 2 ชั้น ทำให้เมื่อสัมผัสแล้วจะรู้สึกว่าเครื่องบางลง โดยทางฝั่งซ้ายจะเป็นปุ่มปรับระดับเสียง ฝั่งขวาเป็นปุ่มเปิดปิดเครื่อง และถาดใส่ 2 นาโนซิมการ์ด + ไมโครเอสดีการ์ด

mx_IMG_7625mx_IMG_7623ด้านบนจะถูกปล่อยว่างไว้ ส่วนพอร์ตที่เหลืออย่างไมโครยูเอสบี ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ไมโครโฟนสนทนา และช่องลำโพงจะอยู่ที่ขอบล่างทั้งหมด

000012การทำงานของ OPPO A57 จะมากับระบบปฏิบัติการ Color OS 3.0 บนพื้นฐานของแอนดรอยด์ 6.0.1 ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาให้ใช้งานง่ายขึ้น ด้วยการตัดหน้ารวมแอปพลิเคชันออกไป มารวมไว้ที่หน้าจอหลักทั้งหมด สามารถเลื่อนและกดเพื่อเข้าถึงแอปพลิเคชันได้ง่ายดาย

01เบื้องต้น แอปพลิเคชันที่ติดตั้งมาให้ในเครื่องจะประกอบไปด้วยกูเกิล เซอร์วิสต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเพลยสโตร์ จีเมล แผนที่ ยูทูป พร้อมกับฟังก์ชันการใช้งานสมาร์ทโฟนทั่วไปอย่างโทรศัพท์ ข้อความ กล้อง เครื่องเล่นเพลง นาฬิกา ปฏิทิน เครื่องคิดเลข และเครื่องมือต่างๆ

ข้อดีก็คือ ผู้ใช้สามารถเลือกโหลดเฉพาะแอปพลิเคชันที่จำเป็นต้องใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นโซเชียลมีเดียต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook LINE Instagram มาติดตั้งเพื่อใช้งานได้ตามความพอใจ ไม่มีการบันเดิลแอปที่ไม่จำเป็นต้องใช้มาให้ด้วย และเปิดโอกาสให้เข้าไปเลือกธีมที่ต้องการลงได้เอง

0000105ด้วยการที่ A57 ถูกวางตัวไว้อยู่ในสมาร์ทโฟนระดับกลางจับต้องง่าย แต่ก็อัดฟังก์ชันสำคัญๆ อย่างเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ Solid State ที่สามารถแตะเพื่อปลดล็อกได้ตลอดเวลาแม้นิ้วมือเปียก และไม่จำเป็นต้องกดเพื่อเปิดหน้าจอขึ้นมาก่อน

03รวมถึงลูกเล่นในการสั่งงานเครื่องกรณีที่วางไว้ สามารถแตะปุ่มสแกนลายนิ้วมือ 2 ครั้งเพื่อเปิดจอได้ (กรณีที่ไม่ได้ตั้งค่าสแกนลายนิ้วมือ) หรือการเลือกแตะที่หน้าจอ 2 ครั้งเพื่อเปิดจอ วาดอักษร O เพื่อเปิดกล้อง วาด V เพื่อเปิดแฟลช ลากนิ้วลง 2 นิ้ว || เพื่อหยุดเพลง หรือลาก < > เพื่อเปลี่ยนเพลง หรือจะเลือกใส่ค่าอื่นๆเพิ่มเติม

00000อีกจุดเด่นที่ถอดแบบมาจาก R9s เลยคือเรื่องของโหมดการใช้งานกล้อง เพราะจากแนวคิดในการทำตลาดของ OPPO ในปีนี้ จะพลิกโฉมจาก Selfie Experts มาเป็น Now it’s Clear ที่ทำให้ทุกอย่างคมชัดมากขึ้น และรวมถึงฟีเจอร์ในการถ่ายภาพเซลฟี่ด้วยเช่นกัน

07โหมดการถ่ายภาพเซลฟี่ใน A57 นอกจากจะมีบิวตี้โหมด (Beautify 4.0) ให้ปรับเลือกระดับโทนสีของหน้าได้ 7 ระดับ ทั้งโทนเหลือง และโทนแดง ยังมีโหมดถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ เพื่อทำให้ใบหน้าดูโดดเด่นขึ้นมาได้ ด้วยการใช้ซอฟต์แวร์ช่วยให้ภาพมีมิติมากขึ้น

ในการใช้งานเพียงกดที่สัญลักษณ์บริเวณมุมขวาบน กล้องหน้าก็จะเปลี่ยนจากโหมดเซลฟี่ปกติ เป็นโบเก้โหมด พร้อมให้ถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอแล้ว ที่สำคัญคือบนหน้าจอที่แสดงผล ก็จะมีการประมวลผลให้เห็นความเบลอหลังแบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถเล็งมุมที่ดีที่สุดได้

08ขณะที่ในส่วนของโหมดการถ่ายภาพปกติ ยังมีกับความง่ายของการถ่ายภาพอัตโนมัติ ที่พร้อมยกเครื่องขึ้นมาจับภาพได้ทันที หรือถ้าต้องการใช้งานโหมดมืออาชีพ ก็สามารถกดสลับโหมดใช้งาน มาตั้งค่า ISO เลือกความเร็วชัตเตอร์ รวมถึงระยะโฟกัสได้เอง

ตัวอย่างภาพถ่ายจาก OPPO A57

IMG20170507162848 IMG20170509135340 IMG20170509135347 IMG20170509135422 IMG20170509173310 IMG20170510154526 IMG20170511130851 IMG20170511130904

แน่นอนว่า จุดสำคัญที่ทำให้ A57 น่าสนใจคือการเลือกใช้เซ็นเซอร์กล้องหลังของ Sony CMOS ที่มากับระบบโฟกัสแบบ PDAF ทำให้สามารถถ่ายภาพคมชัดได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันก็ช่วยให้บันทึกภาพในที่แสงน้อยได้ดีขึ้นด้วย

mx_IMG_7612ส่วนในแง่ของการเชื่อมต่อ OPPO A57 ทำการบ้านมาค่อนข้างดีตรงที่ เปิดให้ผู้ใช้สามารถแยกใส่ 2 ซิมการ์ด และไมโครเอสดีการ์ดออกจากกัน ทำให้ใช้งาน 2 ซิม พร้อมใส่เมมโมรี่การ์ดเพิ่มได้ ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้

ตัวเครื่องจะรองรับทั้งการเชื่อมต่อ 4G LTE ที่ความเร็วในการดาวน์โหลดสูงสุด 300 Mbps อัปโหลดสูงสุด 150 Mbps พร้อมกับ 3G GPS GPS aGPS GLONASS ตามมาตรฐาน พร้อมบลูทูธ 4.0 และWi-Fi 2.4GHz 802.11 b/g/n ที่ใช้งาน Wi-Fi Hotspot, Wi-Fi Direct, Wi-Fi Display ได้

06ทดสอบประสิทธิภาพตัวเครื่องผ่านแอปพลิเคชันอย่าง Antutu ทำคะแนนได้ 46,099

09อย่างไรก็ตามในแง่ของการเล่นเกมทั่วๆไป ถือว่าทำได้ค่อนข้างดี แม้เป็นเกมที่กราฟิกหนักๆ อย่าง Dynasty Warrior ก็ไม่ออกอาการกระตุกให้เห็น ส่วนเรื่องของการรับชมยูทูป ดูวิดีโอ ฟังเพลง เล่นโซเชียลมีเดียต่างๆ ทำออกมาได้ตอบโจทย์อยู่แล้ว

mx_IMG_7621รวมๆแล้ว OPPO A57 ถือเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจของผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพเซลฟี่ แต่ก็ยังมีทิ้งความละเอียดของกล้องหลังด้วย เพราะจากราคาเปิดตัวที่ 7,990 บาท แม้ว่าจะมีคู่แข่งค่อนข้างเยอะ แต่ในเรื่องของการถ่ายภาพในเวลานี้ยังไม่มีใครสู้ OPPO ได้

ส่วนที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือเรื่องของการเชื่อมต่อ 4G LTE แถมยังใส่ใช้งานได้ 2 ซิม พร้อมเพิ่มเมมฯไปด้วย ทำให้ผู้ที่ชอบโหลดหนัง หรือเพลงเก็บไว้ในเครื่อง สะดวกขึ้น ในแง่ความปลอดภัยจากเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และฟีเจอร์อัจฉริยะต่างๆ เรียกได้ว่าคุ้ม

About Author

Littlebear

Littlebear

Partners