Uber ฉลอง 2 ปีในไทย ยันพร้อมคุยภาครัฐดันกฏหมายเอื้อ “Ride-sharing”

โดย RingRangRung | 16 พฤษภาคม 2559 เมื่อ 17:32 น. | อ่าน 15

K.Chan 7Uber ประกาศความสำเร็จในระยะเวลาที่เปิดบริการ 2 ปีในประเทศไทย มียอดผู้ใช้เป็นประจำ 91,000 คน และมีผู้ที่ร่วมขับให้บริการเป็นประจำ 4,000 ราย วางเป้าดันกฏหมายที่เอื้อการขนส่งแบบ “Ride-sharing” หรือ การเดินทางแบบแบ่งปันให้เกิดขึ้นในไทย ย้ำจุดยืนมาเพื่อส่งเสริมไม่ใช่แข่งขันกับระบบขนส่งเดิม

Uber เริ่มต้นให้บริการเป็นครั้งแรกในปี 2010 ที่เมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งในปัจจุบันก็ได้ขยายธุรกิจการให้บริการไปแล้ว 400 เมือง ใน 70 ประเทศทั่วโลก สำหรับประเทศไทย Uber เข้ามาเปิดให้บริการเมื่อเดือนเมษายน ปี 2014

สิ่งที่เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของ Uber ใน 2 ปีที่ผ่านมาคือตัวเลขระยะเวลาโดยประมาณในการรอเพื่อให้รถมารับของผู้โดยสาร ( ETA – Estimated Time of Arrival) ในเขตพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ จากปี 2014-16 มีการลดลงอย่างเห็นได้ชัดจาก 10.69 นาทีเหลือ 5.65 นาที ส่วนพื้นที่รอบๆอยู่ที่ 7 นาที ซึ่งตัวเลขที่ลดลงนอกจากจะเป็นประโยชน์กับตัวผู้โดยสารแล้วก็ยังเป็นประโยชน์ต่อคนขับทั้งเรื่องความมั่นคงของรายได้ และระยะเวลาในการตีรถเปล่าที่ลดลง

K.Chan 1

นอกจากนี้ทาง Uber ยังได้วางเป้าหมายที่จะผลักดันกฏหมายที่เอื้อแก่การขนส่งรูปแบบ “Ride-sharing” หรือ การเดินทางแบบแบ่งปัน ให้เกิดขึ้นในไทย และในทุกๆประเทศที่เข้าไปให้บริการ หลังจากที่ทำสำเร็จมาแล้วในฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์

นายซาน ปาร์ค ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Uber เล่าว่า Uber มีความตั้งใจที่จะดำเนินธุรกิจภายใต้รูปแบบของกฏหมายที่รองรับการร่วมเดินทางในประเทศไทย ซึ่งระยะเวลาที่จะทำให้เกิดกฏหมายของแต่ละประเทศไม่เท่ากัน แต่สิ่งที่สังเกตได้คือหน่วยงานของภาครัฐฯมองเห็นว่านวัตกรรมนี้เป็นประโยชน์ต่อสังคมของเขา ขณะที่บริษัทเองก็เข้ามาเพื่อเป็นตัวเสริมระบบขนส่งที่มีอยู่ไม่ใช่เพื่อการแข่งขัน

“เราไม่ได้คุยกันว่ามันดีหรือไม่ดี แต่เรากำลังคุยกันว่าภาครัฐฯจะได้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้แบบเต็มๆได้อย่างไรบ้าง สำหรับไทยขั้นตอนแรกที่สำคัญคือการเข้าหากัน แลกเปลี่ยนข้อมูล สร้างความเข้าใจที่ตรงกัน  เราดำเนินธุรกิจในรูปแบบที่ค่อนข้างใหม่ จึงเข้าใจว่าต้องใช้เวลาในการคุยและเรียนรู้ ประโยชน์ที่เกิดขึ้นหลังจากที่กฏหมายนี้ออกไป ยกตัวอย่างในฟิลิปปินส์ คือ คนรับรู้เรื่องการให้บริการมากขึ้น จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น จำนวนคนขับก็เพิ่มขึ้น เมื่อเวลา ETA ลดลงคนก็พึ่งพาแพลต์ฟอร์มเยอะขึ้น การใช้รถส่วนตัวก็ลดลง”

สำหรับผลตอบรับของ Uber Moto ซึ่งเปิดให้บริการในไทยเป็นที่แรกของโลก และการปรับให้มีการชำระบริการด้วย เงินสดควบคู่ไปกับการชำระผ่านบัตรเครดิตรูปแบบเดิมนั้น ทาง Uber เผยว่า คนไทยมีส่วนช่วยในการพัฒนาบริการใหม่ของ Uber เป็นอย่างมากจากผลตอบรับที่ได้มา ส่วนการเปิดให้ชำระค่าบริการด้วยเงินสด ก็ทำให้เกิดการขยายตัวของกลุ่มผู้ที่เข้ามาสมัครใช้บริการหน้าใหม่ อาทิเช่น กลุ่มผู้สูงอายุที่สะดวกใจกับการใช้เงินสดมากกว่าจะให้ข้อมูลบัตรเครดิตกับแอพฯ และกลุ่มนักเรียน นักศึกษาที่ยังไม่มีบัตรเครดิตเป็นของตัวเองแต่มีสมาร์ทโฟน

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners