เรื่องน่าทึ่งระหว่าง เบ็นคิว-ซีเมนส์ S68 กับ โมโตโรล่า L2 “แม้ไม่มีกล้องก็ใช้งานดี”

โดย Platform | 2 กันยายน 2549 เมื่อ 07:41 น. | อ่าน 2

บททดสอบระหว่างโทรศัพท์ 2 แบรนด์ดังเจาะกลุ่มนักธุรกิจที่มองหาเครื่องที่จำเป็นต่อการใช้งานมากที่สุด ปรากฏว่าโทรศัพท์ตัวเครื่องดีไซน์เฉียบและบางพิเศษของเบ็นคิว-ซีเมนส์ล้ำหน้าในด้านคุณภาพ เนื่องจากพบว่าในปัจจุบัน มีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือระดับมืออาชีพจำนวนมากที่ไม่ต้องการฟังก์ชั่นมัลติมีเดียแบบครบชุด เบนคิว-ซีเมนส์รุ่น S68 เป็นรุ่นที่ออกมาเพื่อตอบสนองความพอใจของคนกลุ่มนั้นด้วยเทรนด์ใหม่พร้อมดีไซน์ตัวเครื่องที่บางเฉียบของโทรศัพท์มือถือสำหรับนักธุรกิจ ด้วยเหตุนี้จึงตั้งใจตัดฟังก์ชั่นกล้องถ่ายรูปทิ้งไปซึ่งเหมาะกับนโยบายของหลายบริษัทที่มักห้ามไม่ให้พนักงานใช้โทรศัพท์ที่มีกล้องติดมาอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งทางฝั่งโมโตโรล่าเองก็หวังกลุ่มลูกค้าเดียวกันกับเบ็นคิวจึงได้ส่ง L2 ซึ่งพัฒนามาจากซีรี่ส์ SLVR ลงมาลุยตลาดด้วย

โทรศัพท์ทั้งสองนี้มีจุดเด่นที่ตัวเครื่องบาง ตัวเครื่องของโมโตโรล่ามีความสูงเพียง 11 มม. เท่านั้น ส่วนเบ็นคิว-ซีเมนส์นั้นก็สูงเพียงแค่ 13 มม. เท่านั้น ซึ่งเป็นผลจากการทำงานร่วมกันของเยอรมันกับไต้หวันทำให้เบ็นคิว-ซีเมนส์มีตัวเครื่องที่ทั้งบางและสั้นกว่า และหนักเพียง 79 กรัมเท่านั้น ทำให้เบ็นคิว-ซีเมนส์รุ่นนี้กลายเป็นหนึ่งในโทรศัพท์มือถือรุ่นที่เบาที่สุด ตัวเครื่องสีเงินบางเฉียบของโทรศัพท์ทำให้ดูมีค่าน่าประทับใจ คุณภาพและวัสดุเคลือบของโทรศัพท์ก็ดูแข็งแรงบ่งบอกการพัฒนาไปสู่อีกขั้นของผู้ผลิตเมื่อเปรียบเทียบกับโทรศัพท์แบรนด์ซีเมนส์ในอดีต

โทรศัพท์จากทั้งสองค่ายต่างมีความเป็นเลิศอย่างชัดเจนคือตัวเครื่องที่สวยงาม S68 ไม่เพียงมีตัวเครื่องที่สวยแต่ยังมีปุ่มกดอันโดดเด่น แต่ละแป้นใหญ่นูนออกจากตัวเครื่องจึงใช้งานง่าย การออกแบบนั้นแสนชัดเจนและเข้าใจง่าย มีแต่เรื่องเสียงดังเมื่อกดปุ่มเท่านั้นที่ดูจะไม่เหมาะกับการใช้งานของนักธุรกิจ แต่เมื่อหันมามองรุ่น L2 จากค่ายโมโตโรล่าพบว่าการเลี่ยงการใช้ปุ่มโลหะตามแบบของซีรีส์ SLVR นั้นทำให้ปุ่มกดของรุ่นนี้เป็นพลาสติก รูปร่างของปุ่มกดจึงใช้งานไม่ค่อยสะดวกเพราะควบคุมทิศทางการกดและหมายเลขสองนั้นมีขนาดเล็กมากและยากต่อการใช้งาน

เมื่อเปรียบเทียบหน้าจอของเครื่องจากทั้งสองค่ายจะเห็นว่ามีบางจุดที่ดูราคาถูก หน้าจอของ S68 มี 262,000 สี และมีความละเอียดหน้าจอ 132×176 พิกเซล หน้าจอให้แสงสว่างมีขนาดใหญ่ด้วยเส้นทแยงมุม 4.6 ซม. ซึ่งเหมาะสำหรับที่จะใช้ในชีวิตประจำวัน ส่วนของโมโตโรล่านั้นมีเส้นทแยงมุม 4.4 ซม. และความละเอียดหน้าจอต่ำกว่าคือ 128×160 พิกเซล นอกจากนั้นสียังค่อนข้างซีด ในด้านการใช้งานนั้น L2 ก็ยังถือว่าล้าหลังกว่า S68 สิ่งที่ขาดหายไปคือ รายการเมนูที่ซ่อนไว้หรือรายการเมนูที่มีข้อความจำนวนมากซึ่งใหญ่เกินกว่าหน้าจอ ตัวบ่งชี้ที่คลุมเครือของแบตเตอรี่แบบรีชาร์จและปฏิทินที่ซับซ้อน สิ่งที่เป็นประโยชน์คือความเป็นไปได้สำหรับการเพิ่มความเป็นส่วนตัว

ลูกเล่นในโทรศัพท์จากทั้งสองค่ายนั้นต่างเน้นความจำเป็นทางธุรกิจเพราะไม่เพียงแต่ตัดกล้องถ่ายรูปทิ้งแต่ยังตัดฟีเจอร์เพื่อความสนุกสนานอื่นๆ ทิ้งไปด้วย เช่น โปรแกรมเล่นเพลง หรือการโทรศัพท์พร้อมแสดงภาพเคลื่อนไหว แม้แต่อุปกรณ์สำหรับมืออาชีพยังมีจุดอ่อน โทรศัพท์ทั้งสองเครื่องมีบลูทูธในเครื่องแต่ไม่มีที่เชื่อมต่ออินฟราเรด ส่วนขนาดความจำนั้น S68 มีความจำ 8 MB ส่วน L2 มี 10 MB แต่ยังเพียงพอเพราะไม่ต้องใช้งานฟีเจอร์มัลติมีเดียต่างๆ แต่ว่ารายละเอียดหลายอย่างในฟังก์ชั่นออแกนไนเซอร์ เช่น การจัดการตารางเวลาทำให้ S68 ทำงานได้เหนือกว่า

ท้ายที่สุด ผู้ใช้ที่ต้องการใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อการโทรออกและรับสายเท่านั้นที่ได้รับประโยชน์จากความเรียบง่าย โทรศัพท์ทั้งสองเครื่องสามารถโทรออกและรับสายได้ดี แม้ว่าเบนคิว-ซีเมนส์จะได้คะแนนมากกว่าจากประโยชน์ใช้สอย—ด้วยเหตุนี้ S68 จึงเป็นตัวเลือกแรกสำหรับผู้บริโภค แต่โมโตโรล่าก็จูงใจลูกค้าด้วยดีไซน์ที่มาพร้อมกับราคาที่ถูกกว่า

About Author

Platform

Platform

Partners