ฉลอง microSD ครบรอบ 10 ปี SanDisk เตรียมส่งอีกสองพันล้านชิ้นสู่ตลาด

โดย syndana | 14 กรกฎาคม 2558 เมื่อ 20:51 น. | อ่าน 9

unnamed (4)

แซนดิสก์ คอร์ปอเรชั่น (NASDAQ: SNDK) ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นการจัดเก็บข้อมูลแบบแฟลช เผยยอดการผลิตการ์ดความจำ microSD™ ออกสู่ตลาดกว่า 2 พันล้านชิ้น นับตั้งแต่เริ่มเพื่อการผลิตและจัดจำหน่ายตลอด 10 ปีที่ผ่านมา พร้อมเฉลิมฉลองก้าวสำคัญนี้ภายในงาน Mobile World Congress Shanghai

แซนดิสก์ได้ริเริ่มสร้างสรรค์การ์ดความจำ microSD™ ในปี 2004 ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ TransFlash™ ต่อจากนั้นในปี 2005  ได้สนับสนุนให้เกิดสมาคมเกี่ยวกับการ์ดความจำแบบ SD Card พร้อมเปลี่ยนชื่อและกระจายสินค้าที่มีคุณสมบัติล่าสุดในรูปแบบการ์ดความจำแบบ microSD ในวันที่ 13 กรกฏาคม 2005 สำหรับรูปแบบดังกล่าวนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจนถือได้ว่ามากที่สุดในประวัติของแซนดิสก์ โดยปัจจุบันสามารถรวบรวมจำนวนการ์ดความจำ microSD™ ที่แซนดิสก์ได้ผลิตออกสู่ท้องตลาดจำนวนสูงถึง 2 พันล้านชิ้น คิดเป็นหน่วยความจำได้มากถึง 11,103 พันล้าน เมกะไบท์ (MB)*  หรือโดยเฉลี่ยมากกว่า 100 MB ต่อคน สำหรับประชากรทั้งหมดบนโลกใบนี้

unnamedการ์ดความจำ microSD ช่วยลดขนาดของการ์ดความจำแบบที่ถอดออกได้ คิดเป็นประมาณ 75 % ซึ่งมีบทบาทที่สำคัญยิ่งต่อความหลากหลายของตลาดผู้บริโภคสินค้า ตัวอย่างเช่น มุมมองของภาพส่วนใหญ่ที่เป็นในรูปแบบ “point of view” หรือ กล้องจับภาพเคลื่อนไหว กลุ่มภาพดิจิตอลที่ใช้ความเร็วในการจับภาพสูง ทั้งหมดนี้ต่างจำเป็นต้องใช้การ์ดความจำแบบ microSD

นอกจากนี้การ์ดความจำ microSD ยังช่วยขับเคลื่อนตลาดสมาร์ทโฟนทั้งในกลุ่มผู้ผลิตและกลุ่มผู้บริโภค ให้สามารถมีความยืดหยุ่นและมีอิสระเพิ่มมากขึ้น โดยมีการคาดการณ์ว่าสมาร์ทโฟนในตลาดปัจจุบันจำนวนมากกว่า 75 % จะมีช่องสำหรับใส่การ์ดความจำ microSD  โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Strategy Analytics1  ทั้งนี้เมื่อไม่นานมานี้ทาง Google ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีช่อง microSD ออกสู่ 2 ตลาดใหญ่ที่มีแนวโน้มการเติบโตที่สูง ได้แก่  Android One ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่ถูกพัฒนามาเพื่อโทรศัทพ์มือถือสำหรับกลุ่มตลาดสมาร์ทโฟนในราคาต่ำกว่า 6,800 บาท สำหรับตอบสนองในกลุ่มตลาดเกิดใหม่  และ Android M ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการรุ่นล่าสุดที่อนุญาติให้ระบบปฎิบัติการสามารถเข้าถึงข้อมูลในการ์ดความจำ microSD ได้โดยตรง และยังสามารถช่วยเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลพื้นฐานให้แก่อุปกรณ์นั้นๆ มากขึ้น

เจษฎา ภวภูตานนท์ ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทย แซนดิสก์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ความต้องการในการจัดเก็บข้อมูลที่ไม่เคยหยุดเพิ่มขึ้น ในเร็ววันนี้เราอาจจะได้เห็นสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับเลนส์ที่หลายหลาย  โทรศัพท์ที่สามารถบันทึกภาพวิดีโอแบบ UltraHD  และอาจได้เห็นแอพพลิเคชั่นเพื่อการถ่ายภาพและชมภาพเสมือนจริง ทั้งนี้การ์ดความจำ microSD ยังเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเสริมสร้างการเติบโตให้แก่ระบบ Internet of Thing ด้วยการลดข้อจำกัดเรื่องการจัดเก็บข้อมูล เรายังมองว่าการ์ดความจำ microSD จำนวน 2 พันล้านชิ้นนั้นเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะรูปแบบของการ์ดความจำ microSD นั้นจะเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญที่จำเป็นสำหรับโลกของเทคโนโลยีในอนาคต

Hi-res and lo-res product images for the SanDisk Ultra microSDXC UHS-I Card, 200GB

Hi-res and lo-res product images for the SanDisk Ultra microSDXC UHS-I Card, 200GB

ทศวรรษแห่งเทคโนโลยีของแซนดิสก์ ด้วยการ์ดความจำ microSD :

  • การ์ดความจำ microSD รุ่นแรก ของ แซนดิสก์ มาพร้อมความจุเริ่มต้นที่ 32 MB โดยการ์ดความจำ microSD รุ่นล่าสุดของแซนดิสก์ คือ การ์ดความจำ microSDXC™ ที่มาพร้อมความจุสูงสุดกว่า 200 GB ซึ่งเพิ่มกว่า 6,250 เท่า ภายในระยะเวลา 10 ปี
  • แซนดิสก์ ได้ใช้เวลา 3 ปี ในการวางจำหน่ายสินค้า CompactFlash® ครบ 1 ล้านชิ้น ในขณะที่การ์ดความจำ microSD จำนวน 1 ล้านชิ้น  ได้ถูกวางจำหน่ายออกไป ภายใน 1 ไตรมาสเท่านั้น
  • โดยเฉลี่ยแล้วแซนดิสก์ได้ส่งการ์ดความจำ microSD ออกจากโรงงาน จำนวน 6.34 ชิ้น ใน ทุกๆ วินาที นับตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ
  • หากนำการ์ดความจำ microSD จำนวน 2 พันล้านชิ้นมาต่อกัน จะได้ระยะทางทั้งหมด 18,451 ไมล์ หรือ คิดเป็นสามในสี่ของเส้นทางรอบโลก
  • ในปี 2014 แซนดิสก์ เปิดตัวการ์ดความจำรุ่น SanDisk Ultra® microSDXC™ UHS-I ความจุขนาด 128GB** ด้วยการวางซ้อน เมมโมรี่ ทั้งหมด 16 ชั้น ซึ่งเป็นนวัตกรรม ที่เพิ่มความจุอย่างมากในขณะที่ไม่ได้การปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกของสินค้า เทคโนโลนีที่นำมาใช้เป็นเทคโนโลยีขั้นสูง โดยในแต่ละชั้นของเมมโมรี่นั้น จะมีความบางมาก ในขนาดที่เล็กกว่าเส้นผม
  • ในปี 2015  แซนดิสก์ เปิดตัวการ์ดความจำ SanDisk Ultra® microSDXC ™ UHS-I รุ่น Premium Edition ที่ ความจุขนาด 200 GB ซึ่งเป็นการเพิ่มความจุมากขึ้นกว่า 56% ภายใน 1 ปีเท่านั้น
  • การ์ดความจำแบบแฟลชของแซนดิสก์ ได้ครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับหนึ่งในท้องตลาดทั่วโลกมาเป็น ระยะเวลา 13 ปี

จากการจดสิทธิบัตรจำนวนมากกว่า 5,000 สิทธิบัตร แสดงให้เห็นว่าแซนดิสก์นั้นเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันวัตกรรมด้านการจัดเก็บข้อมูลแบบแฟลชให้ก้าวไปข้างหน้า  โดยผลจากความมุ่งมั่นนี้ได้ทำให้แซนดิสก์ได้รับรางวัลชนะเลิศจาก Thompson Reuters 2014 Top 100 Global Innovator  ซึ่งเป็นรางวัลอันมีเกียรติติดต่อกันมาแล้วถึง 4 ปี

แซนดิสก์ ภายในงาน Mobile World Congress Shanghai

แซนดิสก์ ได้นำเสนอโซลูชั่นการจัดเก็บข้อมูลแบบแฟลช iNAND® 7232 ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุด ที่เป็นโซลูชั่นในการจัดเก็บข้อมูลแบบฝังตัวที่ดีที่สุดสำหรับการส่งมอบประสิทธิภาพสูงเพื่อการจัดเก็บภาพให้ได้ดีที่สุด และยังให้พื้นที่การจัดเก็บข้อมูลที่เหนือกว่าในกลุ่มอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ แซนดิสก์จะจัดแสดงสินค้าด้านโซลูชั่นการจัดเก็บข้อมูลสำหรับโทรศัพท์อย่างครบถ้วนทั้งในแบบที่ฝังตัวและแบบถอดออกได้ ซึ่งประกอบด้วยอุปกรณ์การจัดเก็บข้อมูลรุ่น iNAND 7232 อันเป็นรุ่นใหม่ล่าสุด ทั้งนี้แซนดิสก์ได้เข้าร่วมงาน Mobile World Congress Shanghai 2015 ในเลขที่บูท #W5 G.90  ณ ฮอลล์ 5

เกี่ยวกับแซนดิสก์ (SanDisk)

แซนดิสก์ คอร์เปอเรชั่น (NASDAQ: SNDK) ซึ่งเป็นบริษัทที่ติดอันดับ Fortune 500 และ S&P 500 เป็นผู้นำเทคโนโลยีแฟลชสตอเรจระดับโลก ตลอดระยะเวลากว่า 26 ปี แซนดิสก์ได้ขยายรูปแบบของการจัดเก็บข้อมูลด้วยนวัตกรรมที่เชื่อถือได้ ซึ่งช่วยเปลี่ยนแปลงวงการอุตสาหกรรมอิเล็คทรอนิกส์ ปัจจุบัน โซลูชั่นที่ล้ำสมัยและมีคุณภาพของแซนดิสก์ถือเป็นหัวใจสำคัญของศูนย์ข้อมูล (data center) ใหญ่ๆ หลายแห่งทั่วโลก และยังเป็นชิ้นส่วนสำคัญในสมาร์ทโฟน เเท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์พีซีที่ทันสมัย ผลิตภัณฑ์สำหรับตลาดผู้บริโภคของแซนดิสก์มีวางจำหน่ายในร้านค้าปลีกหลายแสนแห่งทั่วโลก อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.sandisk.com


*1MB = 1 พันล้าน bytes ของการจัดเก็บข้อมูลขั้นต่ำจากผู้ใช้ตามความเป็นจริง

**1GB = 1,000,000,000 bytes ของการจัดเก็บข้อมูลขั้นต่ำจากผู้ใช้ตามความเป็นจริง

1 ข้อมูลเชิงกลยุทธ์ จาก SpecTraX

2 แหล่งข้อมูล : Gartner Market Share Analysis: Flash Cards and USB Flash Drives Worldwide, ประจำเดือนพฤษภาคม 2014 – (2001-2014)

 

About Author

syndana

syndana

Partners