รู้ทันก่อนบิลล์ช็อค! “Piggipo” แอพฯจัดการบัตรเครดิตฝีมือคนไทย ตั้งลิมิตได้ ใช้ง่ายเอาอยู่

โดย RingRangRung | 14 มิถุนายน 2559 เมื่อ 10:28 น. | อ่าน 189

11899911_824888247626422_1030500891039119913_nปัจจุบันการช็อปปิ้งหรือแม้กระทั่งการจ่ายบิลล์แบบออนไลน์คือสิ่งที่กำลังได้รับความนิยม เพราะความสะดวกและง่าย มีสมาร์ทโฟนกับบัตรเครดิตก็เนรมิตได้ทุกอย่าง จนมีหลายคนรูดเพลินเกินลิมิต แถมยังจำไม่ได้ว่าใช้ไปเท่าไร? มารู้ตัวอีกทีก็ตอนนั่งเครียดใช้หนี้กันนั่นแหละ 

ก่อนที่ปัญหาจะบานปลาย แอพฯรีวิว ขอนำเสนอผู้ช่วยดีๆอย่าง “Piggipo” แอพฯจัดการบัตรเครดิต ผลงานของ NEVERSITUP Co.,Ltd. บริษัทสตาร์ทอัพคนไทย ดีกรีทีมผู้ชนะจากโครงการ dtac Accelerate batch 2 นั่นเอง

Resize-of-piggipoteam1

“Piggipo”  ถูกสร้างมาเพื่อแก้ปัญหาเรื่องการใช้งานบัตรเครดิตของคนส่วนใหญ่โดยเฉพาะคนที่มีบัตรหลายใบ จนลืมวันตัดรอบ วันชำระเงิน แถมยังไม่รู้ว่ามียอดใช้จ่ายรวมกันไปเท่าไรแล้ว ซึ่งแอพฯจะเข้ามาจัดการในส่วนนี้ให้เราครับ

Screenshot_2016-06-13-15-08-51-tile

วิธีใช้ก็ง่ายๆ เมื่อเปิดขึ้นมาเป็นครั้งแรกก็ต้องลงทะเบียนเข้าใช้งานกันก่อน แล้วแอพฯจะจัดการสำรองข้อมูลผู้ใช้ไว้ที่ระบบ Cloud เพื่อในกรณีที่เปลี่ยนเครื่องใหม่ ก็ยังใช้งานต่อจากฐานข้อมูลเดิมที่บันทึกเอาไว้ได้

Screenshot_2016-06-13-15-10-46-horz

ขั้นตอนต่อมาคือการใส่ข้อมูลบัตรเครดิตที่มีอยู่ โดยกดที่เครื่องหมายบวก (+) ตรงกลาง ต่อด้วยการสร้างบัตร แล้วเลือกบัตรที่เราใช้อยู่ จากนั้นก็กรอกข้อมูลประกอบด้วย

Screenshot_2016-06-13-15-22-19-horz

  • ประเภทของบัตร
  • วงเงินที่มี
  • เลขท้าย 4 ตัว (สำหรับช่วยในการจำจะไม่ใส่ก็ได้ครับ)
  • กำหนดวันปิดรอบ วันชำระเงิน
  • ตั้งแจ้งเตือนก่อนวันชำระเงิน

จากนั้นกดเครื่องหมายถูกที่มุมขวาบนก็เป็นอันเสร็จ สำหรับบัตรที่มียอดค้างชำระก็กดเข้าไปใส่ข้อมูลเพิ่มในช่อง “ยอดที่ยกมา” ในส่วนของตัวบัตรครับ

Screenshot_2016-06-13-15-33-32-horz

สำหรับการบันทึกค่าใช้จ่ายก็เริ่มต้นแบบเดียวกันคือ กดที่เครื่องหมายบวก (+) ตรงกลาง จากนั้นก็เลือกบัตรที่ใช้ และเลือกรูปแบบว่าเป็น การจ่ายเต็มจำนวน หรือ จ่ายแบบผ่อน แล้วแอพฯก็จะมีช่องให้เราใส่ข้อมูลอย่าง จำนวนเงินที่ใช้ ประเภทการใช้จ่าย รายละเอียดของสินค้าหรือบริการจะเป็นตัวหนังสือหรือภาพถ่าย เช็คอินสถานที่ และ เครดิตเงินคืน ทั้งแบบเป็น % และมูลค่าของเงิน

ในส่วนของ จ่ายแบบผ่อน ก็จะมีรายละเอียดเพิ่มเติมออกมาคือตัวเลือกรูปแบบการชำระว่าเป็น ดอกเบี้ยคงที่ หรือ ลดต้นลดดอก พร้อมทั้งให้ใส่ ตัวเลข % ดอกเบี่ยต่อเดือน และระยะเวลากี่เดือน หรือ จำนวนเงินที่ต่อชำระต่อเดือน ซึ่งแอพฯจะคำนวนยอดการใช้จ่ายของทุกบัตรแล้วแสดงขึ้นที่หน้าแรกแบบเรียลไทม์

Screenshot_2016-06-13-14-41-19-horz

ปัญหาพื้นฐานของคนที่มีบัตรหลายใบ คือการใช้จ่ายแบบเกินลิมิต “Piggipo” เลยใส่ฟีเจอร์สำหรับกำหนดวงเงินของเราเองมาให้ และที่น่าสนใจคือตัวหมูเขียว มาสคอตของแอพฯจะแสดงอารมณ์ตามการใช้จ่ายของเราด้วย (ถ้าใครไม่ชอบหมูเขียว ก็ไปเลือกเปลี่ยนเป็น แมว ได้ที่หน้าตั้งค่านะ)

โดยการแสดงอารมณ์ของเจ้าหมูเขียวมีความหมายดังนี้ครับ

  • หมูยิ้ม : ยังใช้จ่ายอยู่ในปริมาณที่กำหนด
  • หมูเศร้า : ใช้บัตรใกล้ถึงลิมิตที่ตั้งไว้แล้ว
  • หมูเคือง : ใช้จ่ายบัตรแตะหรือเกินเป้าที่ตั้งไว้
  • หมูหน้าซีด : มีปัญหาในการบันทึกข้อมูล

นอกจากการกำหนดลิมิตแล้วตัวแอพฯยังมีการจัดทำกราฟแสดงการใช้จ่ายในบัตรแต่ละใบได้อย่างชัดเจน แล้วยังมีระบบแจ้งเตือนเมื่อถึงวันชำระ แถมยังมีหน้าสำหรับติดต่อกับฝั่งธนาคารโดยเฉพาะ ถือว่าเพิ่มความสะดวกให้กับคนใช้ได้ดีเลยทีเดียว

Screenshot_2016-06-13-16-16-46-horz

จุดเด่นที่เห็นได้ชัดจาก “Piggipoคือเรื่องของ UI ใช้ง่าย สวยงาม มีลูกเล่น ด้านความปลอดภัยก็หายห่วงเพราะไม่มีการบังคับให้ใส่ข้อมูลส่วนตัวบัตรเครดิตเลย

ข่าวดีสำหรับคนที่ใช้ iOS ครับ ตอนนี้ Piggipo 4.0 (Beta) เปิดให้โหลดมาใช้กันแล้ว และในเวอร์ชั่นนี้ก็มีระบบอัพเดทรายการใช้จ่ายอัตโนมัติ ซึ่งจะแจ้งเตือนหลังจากที่มีการใช้จ่ายจริงภายใน 1-3 วัน แต่ต้องมีการกรอกข้อมูลในส่วน Online Banking

การอัพเดตครั้งใหม่ทางทีมพัฒนาได้รับประกันความปลอดภัยไว้ดังนี้ครับ

  • แยกพื้นที่การจัดเก็บฐานข้อมูลผู้ใช้ออกมาโดยมีฮาร์ดแวร์ป้องกันหลายชั้น
  • การเข้ารหัสซอฟท์แวร์ถูกรับรองด้วย SSLCertificate ที่มีรายละเอียดการเข้ารหัสสูงถึง 256 bit ซึ่งเป็นมาตราฐานความปลอดภัยระดับสูงแบบเดียวกับที่สถาบันการเงินทั่วโลกใช้
  • ระบบเชื่อมต่อกับธนาคารได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจาก PCI-DSS, US-EU Safe Harbor, TRUSTe, และ APEC CBPR
  • มี E-mail แจ้งเตือนการอัพเดทรายการอัตโนมัติให้ผู้ใช้ทุกวัน สำหรับตรวจสอบเวลามีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ
  • ไม่มีการให้ใส่ข้อมูลส่วนตัว ,เลขบัตรเครดิต 16 หลัก, เลขท้าย 3 ตัวหลังบัตรเครดิต (CVV) และวันหมดอายุของบัตร จึงไม่สามารถทำธุรกรรมออนไลน์ใดๆได้

จากข้อมูลเหล่านี้น่าจะทำให้คนที่อยากลองใช้เบาใจกันได้บ้าง และพิเศษคือตั้งแต่ วันนี้ – 30 มิถุนายน ชาว iOS จะได้รับสิทธิ์ให้ลองใช้ฟีเจอร์อัพเดตรายการอัตโมมัติแบบฟรีๆ 30 วัน แค่เอา Promo Code : PIGGIPOBETA ไปใส่ ส่วนชาว Andriod รออีกนิดได้ใช้ในปีนี้แน่นอน

สำหรับใครที่อยากลองใช้ก็ดาวน์โหลดฟรีๆ ได้ที่ AppStore และ Google Play Store แอพฯดีๆจากทีมพัฒนาคนไทยไฟแรง ต้องสนับสนุนครับ

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners