ดีแทค รายงานสรุปประเด็นสำคัญเพื่อยื่นเสนอประชาพิจารณ์

โดย terng ^_^ | 2 กันยายน 2549 เมื่อ 07:41 น. | อ่าน 3

บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)
รายงานสรุปประเด็นสำคัญเพื่อยื่นเสนอประชาพิจารณ์
จัดทำเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2548

ประเด็นพิจารณ์กลุ่มที่ 1:
หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3

จากร่างประกาศฯ เห็นได้ว่ามีการกำหนดรายละเอียดคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตอย่างเข้มงวด ซึ่งตาม พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 มาตรา 8 ได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ไว้แล้ว นอกจากนี้ คุณสมบัติบางข้อ มีลักษณะคล้ายกับคุณสมบัติของบริษัทที่จะระดมเงินทุนจากประชาชนด้วยการเสนอขายหลักทรัพย์ ตามกฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งกฎหมายสองมีความแตกต่างกัน วัตถุประสงค์ในการกำกับดูแลก็มีความแตกต่างกัน กฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์มุ่งคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหุ้นรายย่อยเป็นสำคัญ ดังนั้น จึงไม่ควรจะนำคุณสมบัติของบริษัทที่จะระดมเงินทุนจากประชาชนมาใช้กับผู้ขอรับใบอนุญาตซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจโทรคมนาคมเท่านั้น

จากการกำหนดเรื่องสัดส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น โดยเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมซึ่งเป็นเงื่อนไขในการอนุญาตนั้น บริษัทไม่เห็นด้วย เพราะสถานะของบริษัทผู้ประกอบการในปัจจุบันต้องเผชิญปัญหานี้ เนื่องจากต้องรับภาระค่าเชื่อมโยงโครงข่ายอันไม่เป็นธรรม อีกทั้งค่าส่วนแบ่งรายได้ที่ต้องชำระตามสัญญาร่วมการงาน รายได้จากการประกอบกิจการจึงไม่เพียงพอสำหรับการจ่ายคืนหนี้ หรือแม้กระทั่งเพื่อใช้ในการประกอบกิจการ จึงเป็นสาเหตุหลักที่ผู้ประกอบการจะต้องกู้ยืมเงินเพื่อขยายธุรกิจ นอกจากนี้ การพิจารณาอนุญาตของ กทช ควรมุ่งพิจารณาเกี่ยวกับสามารถในการประกอบกิจการมากกว่า

สำหรับกรอบระยะเวลาขั้นสูงและขั้นต่ำเพื่ออนุญาตให้ประกอบกิจการนั้น บริษัทเห็นด้วยกับกรอบระยะเวลาขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 15 ปี และขั้นสูงไม่เกินกว่า 25 ปี แต่บริษัทไม่เห็นด้วย กับการที่คณะกรรมการจะมีอำนาจในการเปลี่ยนแปลงกรอบระยะเวลาทั้งขั้นต่ำและขั้นสูงได้อีก เพราะจะทำให้เกิดความไม่แน่นอน และอยากต่อการประเมินความคุ้มค่าต่อการประกอบธุรกิจ ซึ่งระยะเวลาที่ผู้ประกอบการสามารถดำเนินกิจการโทรคมนาคมได้นั้น ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ การขอต่อใบอนุญาตควรมีการกำหนดหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนถึงกำหนดระยะเวลาที่ผู้ประกอบกิจการจะสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ เพราะตามที่กล่าวข้างต้นระยะเวลาตามใบอนุญาตเพื่อการประกอบกิจการโทรคมนาคม ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก รวมทั้งจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถประเมินการดำเนินธุรกิจของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในส่วนของการพิจารณาเงินลงทุน การขยายกิจการ เป็นต้น

ในส่วนของบทเฉพาะกาล ซึ่งคณะกรรมการจะดำเนินการออกใบอนุญาตให้แก่ บมจ. กสท โทรคมนาคม และ บมจ. ทีโอที บริษัทขอเน้นว่า พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 มาตรา 79 บมจ. กสท โทรคมนาคม แล บมจ. ทีโอที ต้องแจ้งรายละเอียดข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการโทรคมนาคมให้คณะกรรมการทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติใช้บังคับ ดังนั้น ด้วยเจตนารมณ์ของบทกฎหมายแล้ว คณะกรรมการ กทช ต้องได้รับข้อมูลดังกล่าวจากทั้งสองหน่วยงานก่อนที่จะมีการออกใบอนุญาต

เมื่อ บมจ. กสท โทรคมนาคม และ บมจ. ทีโอที ได้รับใบอนุญาตแล้ว แต่ กทช ยังไม่ได้มีการออกประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการเชื่อมต่อหรือใช้โครงข่ายโทรคมนาคม บริษัทขอเสนอให้ยกเลิกการจัดเก็บค่าเชื่อมโยงโครงข่ายที่มีอยู่ในปัจจุบันทันที เพื่อที่เมื่อมีประกาศ หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการเชื่อมต่อหรือใช้โครงข่าย ผู้ประกอบการทุกรายจะได้ปฏิบัติตามได้

ประเด็นพิจารณ์กลุ่มที่ 3:
แผนเลขหมายโทรคมนาคมและการบริหารจัดการเลขหมายโทรคมนาคม

ในการกำหนดกลุ่มหมายเลข โดยเฉพาะการเรียกออกในต่างประเทศ จำนวนเลขหมายที่คงเหลืออยู่จำนวน 4 หมายเลขนั้น ไม่เพียงพออย่างแน่นอนต่อการประกอบธุรกิจ เพราะหากผู้ประกอบการสามารถให้บริการโทรศัพท์ทางไกลต่างประเทศได้แล้ว จะต้องมีกลุ่มหมายเลขเป็นของตนเอง และจะต้องสามารถแยกประเภทระหว่าง IDD และ VOIP ด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ กลุ่มเลขหมาย SMS ที่มีการใช้อยู่ในปัจจุบัน ไม่ควรที่จะต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแล เพราะเป็นการกำหนดเลขหมายเฉพาะกิจ รวมไปถึงเลขหมายที่มีการใช้ในการติดต่อภายในกลุ่มผู้ใช้ ซึ่งสามารถแยกต่างหาก เช่น การใช้เลขหมายเพื่อติดต่อภายในสนามกอล์ฟ ซึ่งเลขหมายเหล่านี้ ไม่ควรต้องอยู่ภายใต้การควบคุมแต่อย่างใด

สำหรับแผนการเปลี่ยนแปลงเลขหมายโทรคมนาคมทั่วไป บริษัทไม่ได้มีข้อติดขัดแต่ประการใด เพียงแต่ต้องการเสนอความคิดเห็นด้วยว่าการเปลี่ยนแปลงหมายเลขควรพิจารณาถึงความพร้อมของผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการติดตั้งอุปกรณ์ software การเปลี่ยน data base การประชาสัมพันธ์ การแจ้ง operator ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงการติดต่อจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย
สำหรับหลักเกณฑ์จัดสรรและอนุญาตให้ใช้เลขหมายโทรคมนาคม กทช ควรระบุให้ชัดเจนว่ารวมถึง ผู้ประกอบการรายปัจจุบันที่อยู่ภายใต้ความหมายของมาตรา 80 วรรค 2 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 เช่นกัน และหลักเกณฑ์นี้ใช้กับกลุ่มเลขหมายใหม่ ไม่เกี่ยวข้องกับเลขหมายที่ผู้ประกอบการมีไว้แต่เดิม (ซึ่งรวมถึงหากมีการใช้ “08” แทน “0” ของเลขหมายเดิมที่ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปัจจุบัน) นอกจากนี้ ผู้ประกอบการบางรายที่ได้รับจัดสรรหมายเลขไว้แล้วเป็นจำนวนมาก แต่ไม่ใช้ประโยชน์จากหมายเลขดังกล่าว ควรมีการเรียกหมายเลขดังกล่าวกลับคืน เพราะถือได้ว่าเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง

ในร่างแผนเลขหมายโทรคมนาคม ควรจะมีการกำหนดแผนและกรอบระยะสำหรับการดำเนินการในส่วนของ Number Portability ด้วยเช่นกัน เพราะผู้ประกอบการทุกรายจะได้เตรียมตัวได้ทัน เนื่องจากขณะนี้ มีแผนในการปรับเลขหมายของโทรศัพท์เคลื่อนที่อยู่แล้ว จึงควรดำเนินการไปพร้อมกันเพื่อจะได้ไม่ต้องมีปัญหาอีกในอนาคต

บริษัทมีความเห็นว่าระยะเวลาการอนุญาตให้ใช้เลขหมายโทรคมนาคมทั่วไป ไม่ควรที่จะมีการกำหนดระยะเวลา แต่ควรเปลี่ยนเป็น “จนกว่าจะสิ้นสุดการใช้” เนื่องจากจะสอดคล้องกับความเป็นจริงได้มากที่สุด

สำหรับการขอข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาจัดสรรเลขหมายโทรคมนาคม กทช ควรจะกำหนดเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการพิจารณา เพื่อเป็นการลดจำนวนเอกสาร และระยะเวลาในการทำงานของ กทช ในการพิจารณาเอกสารจำนวนมาก ซึ่งไม่ได้มีความเกี่ยวข้องมากนัก อีกทั้ง บุคคลที่จะขอเลขหมายโทรคมนาคมได้ ก็ต้องเป็นผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมอยู่แล้ว ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่ามีการยื่นเอกสารในลักษณะเดียวกัน แต่เป็นคำขอในเรื่องอื่น ๆ นอกจากนี้ เอกสารที่ต้องการ “เอกสารหลักฐานการได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม” ผู้ยื่นคำขออาจจัดส่งให้ไม่ได้ เพราะเป็นผู้ประกอบการรายใหม่และอยู่ระหว่างการยื่นคำขอใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมด้วย
กรณีหลักเกณฑ์การขอจัดสรรเลขหมายโทรคมนาคมเพิ่มเติม กทช ควรออกระเบียบหรือแนวทางให้ชัดเจนว่าเมื่อใด ผู้ประกอบการถึงจะสามารถยื่นคำขอจัดสรรเลขหมายได้เพิ่มเติม เช่น เมื่อผู้ประกอบการนำเลขหมายไปให้บริการแก่ประชาชนเกินกว่าร้อยละ 70 ของเลขหมายที่ได้รับการจัดสรร

ค่าธรรมเนียมเลขหมายโทรคมนาคม

ในการกำหนดค่าธรรมเนียมของ กทช ควรจะมีลักษณะในการชดเชยค่าใช้จ่ายที่ กทช จะต้องมีในการดำเนินการต่าง ๆ อันเกี่ยวข้องกับการจัดสรร และการบริหารเลขหมาย ซึ่งค่าใช้จ่ายนั้น ควรมีลักษณะที่คงที่ อาจจะจัดเก็บเป็นรายปี โดยจะต้องไม่ก่อให้เกิดภาระแก่ผู้บริโภค สำหรับการคำนวณในลักษณะที่เป็นจำนวนร้อยละจากค่าใช้เฉลี่ยของเลขหมาย ไม่สมควรนำมาใช้ในกรณีนี้ เพราะไม่ว่าจะมีรายได้จากการใช้เลขหมายจำนวนเท่าใด หน้าที่ของ กทช ในการจัดสรรและบริหารเลขหมายยังคงเหมือนเดิม อีกทั้ง กทช ไม่ใช่องค์กรทางธุรกิจเพื่อแสวงหาผลกำไรจากการดำเนินงาน การจัดเก็บค่าธรรมเนียมในลักษณะแสวงหากำไร อาจจะไม่เหมาะสม

About Author

terng ^_^

terng ^_^

Partners