Wacom จัดงานเปิดตัวสินค้าใหม่กลุ่มแทบเล็ตในประเทศไทย

โดย hypertext78 | 12 ตุลาคม 2556 เมื่อ 02:10 น. | อ่าน 45

1

วันนี้ Wacom เปิดตัวแทบเล็ตใหม่ในประเทศไทยหลายรุ่นด้วยกัน แต่แทบเล็ตที่ว่านี้ไม่ใช่แทบเล็ตอย่างที่เราเข้าใจกัน เพราะมันคือแทบเล็ตที่ใช้ในการวาดรูปนั่นเอง ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ Wacom มีชื่อเสียงในการพัฒนามาอย่างยาวนาน

เดี๋ยวนี้คำว่าแทบเล็ตมักหมายถึงอุปกรณ์ฉลาดๆ ที่ใช้ Android หรือ iOS สักตัวหนึ่ง แต่ว่าก่อนหน้านี้คำว่าแทบเล็ตถูกใช้ในความหมายของอุปกรณ์ที่ใช้สื่อสารกับคอมพิวเตอร์ เหมือนกระดานวาดภาพนั่นเองครับ

ในงานนี้ทาง Wacom ก็ได้เปิดตัวรุ่นใหม่จำนวน 4 รุ่นด้วยกันได้แก่ Cintiq, Bamboo Pad, Intuos Pro และปากกา Intuos

สำหรับรุ่นที่น่าสนใจก็คงจะไม่พ้น Cintiq นั่นเองครับ โดยถือได้ว่าเป็นก้าวใหม่ของ Wacom เลยทีเดียว เนื่องจากเจ้าแทบเล็ตตัวนี้นอกจากจะเป็นอุปกรณ์สำหรับการวาดรูปแล้ว ยังเป็นแทบเล็ตที่ใช้ระบบปฏิบัติการอย่าง Android อีกด้วย

แทบเล็ตสำหรับนักครีเอทีฟมีด้วยกันสองรุ่น โดยรุ่นแรกที่จะพูดถึงก็คือ Cintiq Companion ที่เป็น Windows 8 นั่นเองครับ ซึ่งสเปคคร่าวๆ มีดังนี้

800x600_Companion_01

Cintiq Companion Professional Creative Tablet

  • หน้าจอ 13.3 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 8 หรือ Windows 8 Pro
  • CPU : Intel Core i7-3517U
  • GPU : Intel HD Graphic 4000
  • RAM 8GB DDR3
  • SSD 256/512 GB
  • น้ำหนัก 1.8 กิโลกรัมรองรับระดับการกด 2,048 ระดับ ทั้งปลายสไตลัสและท้ายสไตลัส, แท่นขาตั้งสามารถปรับได้ 3 ระดับด้วยกัน (22, 35, 50 องศา) และถอดได้

800x600_Companion_Hybrid_01

Cintiq Companion Professional Hybrid Creative Tablet

และยังมีอีกรุ่นครับ ถือว่าเป็นรุ่นที่ทำให้พกพาสะดวกขึ้น สเปคคร่าวๆ ก็คือ

  • หน้าจอ 13.3 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080
  • ระบบปฏิบัติการ Android 4.2
  • CPU : Nvidia Tegra 4 Quad Core
  • GPU : Tegra GPU with 72 core
  • RAM 2GB
  • SSD 16/32 GB
  • น้ำหนัก 1.7 กิโลกรัมรองรับระดับการกด 2,048 ระดับ ทั้งปลายสไตลัสและท้ายสไตลัส, แท่นขาตั้งสามารถปรับได้ 3 ระดับด้วยกัน (22, 35, 50 องศา) และถอดได้

รวมๆ แล้วเจ้าตัว Hybrid นี้แทบจะไม่มีอะไรแตกต่างจากรุ่นที่เป็นตัวใหญ่เลยครับ (บอกว่าเบากว่า แต่เบากว่าจริงๆ แค่ 0.1 กิโลเอง) ความแตกต่างก็คือใช้ระบบปฏิบัติการ Android และใช้ชิป Nvidia Tegra 4 (ARM) ในขณะที่ตัวใหญ่ใช้ Intel Core i7 (X86) ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมต่างกันลิบลับครับ เนื่องจากชิป Core i7 นี่ถือได้ว่าเป็นรุ่นใหญ่สุดในวงการชิปคอมพิวเตอร์สำหรับบุคคลทั่วไปแล้ว (ถ้าเริ่มเป็น Xeon นี่ก็เริ่มจะไม่ใช่บุคคลทั่วไปแล้วล่ะ) นอกจากนี้ก็จะมีเรื่องของขนาดความจุภายใน ที่รุ่นใหญ่จะมีมากถึง 256 หรือ 512 GB ในขณะที่รุ่นเล็กจะเป็น 8 หรือ 16GB เท่านั้นนั่นเองครับ

สำหรับราคาตอนนี้ยังไม่แน่ใจนัก ได้ยินมาว่ารุ่น Cintiq Companion Hybrid จะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ห้าหมื่น(กว่า) บาทครับ และถ้าไล่รุ่นขึ้นไปเรื่อยๆ ก็แพงขึ้นแน่นอน แต่ที่จริงแล้วราคาก็ไม่ได้แพงเกินไปนัก เนื่องจากเป็นอุปกรณ์สำหรับทำงานระดับ Professional นั่นเองครับ ซึ่งกลุ่มตลาดนี้อุปกรณ์ที่ทำให้ทำงานง่ายขึ้น เหมือนการสัมผัสกระดาษจริงๆ มากขึ้นแค่ไหนก็ยอมจ่ายอยู่แล้ว ต้องคอยดูกันว่าทีมงาน mxphone จะได้มารีวิวหรือไม่ และจะสามารถใช้ Cintiq Companion สร้างสรรค์ผลงานออกมาไหวหรือเปล่าครับ

About Author

hypertext78

hypertext78

Partners