Epson วางเป้ารักษาตำแหน่งผู้นำตลาด โฟกัส 3 กลุ่มธุรกิจสำคัญ พร้อมคาดการณ์เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทจะแซงหน้าเลเซอร์ในกลุ่มออฟฟิศใน 3 ปี

โดย nineFangKhaoW | 11 กุมภาพันธ์ 2561 เมื่อ 18:59 น. | อ่าน 25

ยรรยง มุนีมงคลทร_EpsonEpson เผยแผนทางธุรกิจในปี 2561 โดยตั้งเป้าที่จะรักษาตำแหน่งผู้นำตลาด เน้นโฟกัสเป็นพิเศษใน 3 กลุ่มธุรกิจสำคัญคือ เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทความเร็วสูงสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ เลเซอร์โปรเจคเตอร์ และหุ่นยนต์แขนกล พร้อมคาดการรณ์ว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า เครื่องพิมพ์แบบอิงค์เจ็ทจะครองสัดส่วนแซงหน้าเครื่องพิมพ์เลเซอร์สำหรับกลุ่มองค์ธุรกิจ

100สำหรับภาพรวมตลาดในธุรกิจเครื่องพิมพ์ปัจจุบันถือว่ามีอัตราการเติบโตในระดับที่ไม่มากนัก การปรับตัวของผู้นำตลาดเครื่องพิมพ์อย่าง Epson คือเน้นการให้ความสำคัญกับการทำ R & D หรือการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม พร้อมจุดแข็งด้วยโมเดลธุรกิจแบบบูรณาการในแนวดิ่ง ที่ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบเทคโนโลยีหลัก การพัฒนาต่อเนื่อง ไปจนถึงการผลิตสินค้าด้วยตัวเอง

ซึ่งในปีงบประมาณ 2560 (เมษายน 2560 – มีนาคม 2561) Epson คาดว่าจะมีการใช้งบประมาณด้าน R & D ราว 5.4 หมื่นล้านเยน หรือคิดเป็น 5.2 ของรายได้ประมาณการตลอดทั้งปี เท่ากับว่าในทุกๆ วัน Epson ได้ลงทุนทางด้านนี้ด้วยงบถึง 1.4 ล้านเหรียญสหรัฐ

400 500ส่วนผลการดำเนินงานในปีที่ 2560 ที่ผ่านมา Epson เผยว่ายังคงรักษาการเติบโตรวมไว้ได้ตามเป้าที่ 7% โดยแบ่งเป็นตลาดประเทศไทยเติบโต 6% และตลาดต่างประเทศภายใต้การดูแลของ Epson ประเทศไทย ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม และปากีสถาน รวมมีผลประกอบการเพิ่มขึ้น 14%

600โดยประเทศไทย กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์อิงค์แท็งค์สามารถทำยอดขายเพิ่มขึ้นได้ 7% ครองผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่ง 46% ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมจากการใช้เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทแบบตลับหมึกและเครื่องพิมพ์เลเซอร์แบบขาวดำรุ่นเล็กมาใช้เครื่องพิมพ์อิงค์แท็งค์แทน เพราะมีความคุ้มค่าและประหยัดมากกว่า

700ส่วนกลุ่มผลิตภัณฑ์โปรเจคเตอร์มียอดขายเติบโตขึ้น 6% และครองผู้ตลาดด้วยส่วนแบ่ง 46% เช่นเดียวกัน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่บริษัทฯ สามารถจำหน่ายเครื่องระดับกลางและระดับบนได้มากขึ้น บวกกับมีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่และทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง

800ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมสามารถทำยอดขายเพิ่มขึ้นได้ 9% เนื่องจากบรรดาธุรกิจ Photo Lab มีการขยายตัวอย่างมากและนิยมใช้ระบบ Digital กันมากขึ้น เพื่อรองรับกับทุกประเภทงานพิมพ์ได้อย่างครบวงจร ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 650 Lab ทั่วประเทศใช้พรินเตอร์ของ Epson รวมมากกว่า 1,000 เครื่อง

900 1000ทางด้านตลาดต่างประเทศ ผลิตภัณฑ์ที่เติบโตสูงสุดคือเครื่องพิมพ์อิงค์แท็งค์ที่ขยายตัวถึง 70% เนื่องจากตลาดเริ่มให้การยอมรับข้อได้เปรียบของเครื่องพิมพ์ชนิดนี้ได้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม SOHO และ SMEs ตามมาด้วยโปรเจคเตอร์ที่เติบโตขึ้น 43% โดยมีตลาดสถาบันการศึกษาและองค์กรธุรกิจเป็นตลาดสำคัญที่เริ่มนำเครื่องระดับกลางและระดับบนไปใช้มากขึ้น

ยรรยง มุนีมงคลทร_Epso_2ยรรยง มุนีมงคลทร ผู้จัดการทั่วไปด้านการขาย ผลิตภัณฑ์ และการตลาด บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จากจำนวนเครื่องพิมพ์ทั้งหมดที่จำหน่ายในปี 2560 รวมกว่า 1.3 ล้านเครื่อง พบว่า 78% อยู่ในองค์กรธุรกิจ และ 22% อยู่ในตลาดคอนซูเมอร์ ซึ่งปัจจุบันทั้ง 2 ตลาด เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทครองส่วนแบ่งส่วนใหญ่อยู่

1500 1400ขณะที่ปริมาณความต้องการใช้เครื่องพิมพ์เลเซอร์ในตลาดธุรกิจเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับยอดขายของเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท จน Epson เชื่อว่าภายใน 3 ปีจากนี้ หรือปี 2563 เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทจะขึ้นมาเป็นมาตรฐานการพิมพ์ใหม่ในตลาดองค์กรธุรกิจ ด้วยส่วนแบ่งมากกว่า 75% หรือครองสัดส่วนเกิน 3 ใน 4 ของเครื่องพิมพ์ทั้งหมดในตลาดองค์กรธุรกิจ โดยมีปัจจัยมาจากเครื่องพิมพ์เลเซอร์มีราคาสูง หรือเรื่องของผงหมึกที่มักตกค้างอยู่ตามตัวเครื่องและยังเป็นอันตรายต่อร่างกาย

ความต่อเนื่องในการออกเครื่องพิมพ์อิงค์แท็งค์ นับว่ามีส่วนอย่างมากที่ทำให้ผู้บริโภคได้เรียนรู้ คุ้นเคย และเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับข้อด้อยต่างๆ ของเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทในอดีตไปจนหมด

1100 1200สำหรับเป้าหมายทางธุรกิจของ Epson ในปี 2561 ตั้งเป้าเติบโตรวม 7% โดยแบ่งเป็นตลาดประเทศไทยที่ 5% และตลาดต่างประเทศที่ 15% แต่หลังจากนี้ในตลาดต่างประเทศที่อยู่ภายใต้การดูแลของ Epson ประเทศไทยจะไม่นับรวมประเทศเวียดนามอีกต่อไป เพราะบริษัทแม่ได้มีการตั้งออฟฟิศในประเทศเวียดนามแล้ว จึงเหลือแค่กัมพูชา ลาว พม่า และปากีสถาน ซึ่งในส่วนของ 3 ธุรกิจหลักที่จะโฟกัสเป็นพิเศษ ได้แก่ เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทความเร็วสูงสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ เลเซอร์โปรเจคเตอร์ และหุ่นยนต์แขนกล

1700ทั้งนี้ กลยุทธ์ทางธุรกิจสำหรับปี 2561 Epson ยังคงยึดแนวทางในการทำธุรกิจที่เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าองค์กรธุรกิจเป็นหลัก ด้วยการวางกลยุทธ์ 4 ด้าน ได้แก่
1.Cusotmer Solutions คือ การรวมเทคโนโลยีของ Epson เข้าด้วยกันและออกแบบเป็นโซลูชั่นเพื่อรองรับธุรกิจของลูกค้าแต่ละรายโดยเฉพาะ โดยพิจารณาจากประเภทธุรกิจ กระบวนการและขั้นตอนการทำงาน รวมถึงเป้าประสงค์ทางธุรกิจของลูกค้า
2.Customer Values คือ การพิสูจน์ให้ลูกค้าได้เห็นถึงคุณค่าทุกด้านที่ลูกค้าจะได้รับ เช่น คุณค่าด้านคุณภาพ ความคุ้มค่าในการลงทุน ความน่าเชื่อถือ หรือการประหยัดพลังงาน
3.Convenience Channel คือ การขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมตลาดเป้าหมาย รวมไปถึงช่องทางจำหน่ายเฉพาะทางสำหรับผลิตภัณฑ์บางประเภทอย่าง เช่น แว่นตาอัจฉริยะ และหุ่นยนต์แขนกล
4.Communications คือ การสื่อสารที่จะช่วยให้องค์กรธุรกิจในอุตสาหกรรมสามารถจดจำแบรนด์และคุณค่าด้านต่างๆ ผ่านสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์และกิจกรรมการตลาด

About Author

nineFangKhaoW

nineFangKhaoW

Partners