เปิดเผยสเปคและฟีเจอร์อย่างเป็นทางการของทั้ง iPhone 6, iPhone 6 Plus และอาวุธลับ Apple Watch

โดย Zemaki | 10 กันยายน 2557 เมื่อ 02:08 น. | อ่าน 22

DSC_4379Apple จัดงานเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ โดยพระเอกคือ iPhone 6 และ iPhone 6 Plus รวมถึง Apple Watch ที่มาแบบเซอร์ไพร์ส และที่คือข้อมูลที่จับใจความจากงานเปิดตัวของ Apple ครับ ลองมาดูกันว่า iPhone 6 มันเจ๋งขนาดไหน มีฟีเจอร์อะไร และ Apple Watch จะออกมาเป็นแบบไหนบ้าง

BxG4IhRCQAA6VDT

ครั้งนี้ iPhone 6 จะมาพร้อมระบบประมวลผลแบบ 64-bit บน CPU A8 ซึ่งจะมีความเร็วมากกว่า A7 ถึง 20%

BxG5lvGCQAApZlyระบบประหยัดพลังงานของทั้ง iPhone 6 ทำได้ดีกว่า iPhone 5s เดิมในทุกๆด้าน ส่วน iPhone 6 Plus เนื่องด้วยหน้าจอที่ใหญ่กว่า จึงกินพลังงานเยอะกว่า แต่ก็มาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่ใหญ่กว่านะครับ

BxG6lwdCYAAZSNX

กล้องหลักมีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ซึ่ง Apple เห็นว่า ความละเอียดแค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับกล้องมือถือ มี true-tone flash. 1.5 micron pixels, และรูรับแสง f/2.2 ถือว่ารับแสงได้ดีมากครับ มาพร้อมระบบ Focus Pixel แบบใหม่ ที่โฟกัสเร็วกว่า 5s เดิมถึง 2 เท่า

BxG7XebCEAELZNS

ของ iPhone 6 นั้นจะมี digital image stabilization แต่ iPhone 6 Plus จะเป็น optical image stabilization ซึ่งจะลดการสั่นไหวได้ดีกว่าตัว iPhone 6 ครับ

BxG7wc3CMAEVRDK

ส่วนเรื่องการถ่ายวีดีโอ สามารถถ่ายได้ความละเอียดสูงสุด 1080p ที่ 30fps หรือ 60fps หากเป็นการถ่ายแบบ Slo-Mo สามารถทำได้ถึง 240fps ซึ่งมากกว่า 5s เยอะมากครับ

BxG8cGmCEAEahQC

ส่วนกล้องหน้าได้รับการปรับปรุงซอฟแวร์ให้ดีขึ้นด้วย New FaceTime HD มีรูรับแสง f/2.2 ซึ่งสามารถเก็บแสงเพิ่มมากถึง 81% เรียกได้ว่า ออกมาฆ่ากล้อง selfies ทั้งหมดเลยครับ ถ่ายในที่แสงน้องได้อย่างยอดเยี่ยม

DSC_4846

นอกจากนั้นยังมีระบบ NFC ที่มาพร้อมกับ Apple Pay ระบบการจ่ายเงินแบบใหม่ โดยใช้ Touch ID เป็นการยืนยันการทำธุรกรรม

BxG81-oCEAAKZuA

มีให้เลือกถึงสามสีด้วยกันครับ คือ สีทอง สีเงิน และสีดำ

BxG9N6aCUAEANmG

ราคา iPhone 6 เริ่มต้นที่ 16GB ที่ 199USD (6,390 บาท), 64GB ที่ 299USD (9,600 บาท) และ 128GB ที่ 399USD (12,800 บาท) แต่ติดสัญญา 2 ปีนะครับ

1461123_803852362992794_1831055278218911166_n

ทั้ง iPhone 6 และ iPhone 6 Plus จะวางขายที่ 115 ประเทศทั่วโลกภายในสิ้นปีนี้ครับ และไทยตกรถ Tier 1

DSC_4938

แต่งานยังไม่จบแต่เพียยงเท่านี้ครับ One more thing…

DSC_4989

ยังมีอีก 1 เซอร์ไพส์ ในงานนี้ นั้นก็คือ Apple Watch นั่นเอง (ไม่ใช่ iWatch อย่างที่ลือกันนะครับ)

AppleEvent_0493

Apple Watch มาพร้อม User Interface แบบใหม่ ‘Digital Crown’ ตอกย้ำจุดยืน นิ้วไม่ควรมาควบคุมด้วยการแตะบนหน้าจอ เพราะนิ้วมันใหญ่เกินไปสำหรับหน้าจอนาฬิกา ซึ่ง Crown นี้ คือปุ่มข้างๆ ที่จะมาช่วยในการควบคุมครับ สามารถที่จะหมุนและกดได้ครับ

AppleEvent_0616

มีระบบการชาร์จไฟแบบใหม่ MagSafe ที่เป็นแบบ Wireless charging

AppleEvent_0658

มีสายนาฬิกาให้เลือกถึง 6 สไตล์ และแต่ละสไตล์ก็มีหลากหลายรูปแบบมากๆ และตัว body ของนาฬิกาก็มีสองขนาดอย่างที่หลุดไปก่อนหน้านี้

DSC_5325

มีเซ็นเซอร์ถึงสี่ตัวอยู่ด้านใต้ของตัวนาฬิกา ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้ในการตรวจวัดค่าต่างๆ ของร่างกาย และสามารถทำงานแบบ Fitness Tracker ได้เช่นเดียวกับเจ้าอื่นๆครับ ไม่ว่าจะนับก้าว ดูความเร็ว ความเร่ง หรือดู การเบิร์นของแคลอรี่

DSC_5345

มีการป้อนคำสั่งแบบใหม่ด้วยการแตะ เรียกว่า “force touch” คือการแตะแบบกดลงไป ซึ่งจะเป็นเหมือนการ คลิ้กขวา ทำให้สามารถสั่งการได้หลากหลายยิ่งขึ้น

DSC_5299

สามารถปรับแต่งได้หลากหลาย ด้วย widget มากมาย ไม่ว่าจะเป็นปฏิทิน เครื่องเล่นเพลง หรือรูปแบบการแสดงเวลาต่างๆ

DSC_5287

AppleEvent_0746

สามารถรับ Notification ได้เช่นเดียวกับ SmartWatch ทั่วๆไป แต่ AppleWatch จะสามารถตอบกลับได้ทันที ไม่ว่าจะด้วยเสียงหรือเป็นข้อความ ซึ่งข้อความจะมีมาให้เลือกตอบ ไม่สามารถพิมพ์เองได้ หรือจะตอบด้วย emoji ก็ได้ ที่ต้องทำอย่างนี้ เพราะมันไม่มีคีย์บอร์ดนั่นเองครับ

และแน่นอนว่า ใช้ Siri ได้ครับ

DSC_5378

Apple Watch สามารถใช้ร่วมกับ iPhone 5, iPhone 5s, iPhone 5c, iPhone 6, และ iPhone 6 Plus ต่ำกว่านี้อดคร้าบ

DSC_5388

ราคาเริ่มต้นของ Apple Watch อยู่ที่ $349 หรือประมาณ 11,200 บาท จะเริ่มขายในต้นปีหน้าครับ ไม่รู้ว่า iPhone 6, iPhone 6 Plus และ Apple Watch ที่ทาง Apple เปิดตัวมาในวันนี้จะโดนใจเพื่อนๆ กันหรือเปล่า… เร็วๆ นี้เราคงได้จับตัวจริงกันแน่ๆ อดใจรอกันอีกนิดนะครับ

ที่มา: TheVerge

About Author

Zemaki

Zemaki

Partners