ไขข้อข้องใจ dtac TriNet 4G กับสารพัดคำถามมากมายกับการเปิดให้บริการวันแรก

โดย shyboy | 10 พฤษภาคม 2557 เมื่อ 16:16 น. | อ่าน 122

4Gdtac_0754ถึงแม้ว่าจะโดนพิษการเมือง เลยทำให้การเปิดตัว dtac TriNet 4G ที่มีแผนการจัดงานเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา ต้องถูกระงับไป เพื่อความปลอดภัย แต่ท้ายที่สุด ดีแทค ต้องย่อยการจัดงานแถลงข่าวอยู่ในระดับเล็ก เชิญสื่อมวลชนประมาณ 20 สื่อ นั่งพูดคุยเกี่ยวกับ dtac TriNet 4G รวมถึงเรื่องอื่นๆ อีกมากมายที่อยู่ในความสนใจของลื่อมวลชน

งานแถลงข่าวกลุ่มย่อยในครั้งนี้ มี คุณจอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ คุณปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ได้มาให้ข้อมูลที่น่าสนใจดังต่อไปนี้ รวมถึงคำถามที่หลายๆ คนคาใจในการเปิดตัว 4G เมื่อเทียบกับคู่แข่ง

ความคืบหน้าสถานีเครือข่าย ทั้ง 850, 1800 และ 2100MHz
สิ้นเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ ดีแทคจะมีสถานีเครือข่าย 3G 2100MHz ประมาณ 10,800 สถานี สถานีเครือข่าย 3G 850MHz ประมาณ 5,000 สถานี และ สถานีเครือข่าย 2G 1800MHz ประมาณ 10,000 สถานี และสถานีเครือข่าย 4G 2100MHz ประมาณ 300 สถานี รวมทั้งสิ้นกว่า 25,000 สถานี ถือว่าครอบคลุมการให้บริการกว่า 85% ของพื้นที่ประชากรของประเทศ ซึ่งในตอนนี้ ทางดีแทค ไม่มีนโยบายขยายเครือข่าย 3G 850MHz แล้ว แต่จะมีแผนขยาย 3G 2100MHz ในพื้นที่ที่มีการใช้งานหนาแน่นแทน ส่วน 4G 2100MHz ยังไม่มีแผนขยายเพิ่มเติมในเร็ววันนี้

กลุ่มลูกค้า 4G ที่ดีแทคเปิดให้ใช้งาน
การพิจารณาเปิดให้บริการ 4G บนคลื่นความถี่ 2100MHz พิจารณาถึงปัจจัยของผู้ใช้งาน 3G ที่มีสมาร์ทโฟนรองรับการใช้งาน 4G ย่าน 2100MHz ในพื้นที่ที่หนาแน่น โดยดีแทคมีข้อมูลว่า ผู้ใช้งานในเขตกรุงเทพฯ ที่มีเครื่องรองรับ 4G 2100MHz ประมาณ 500,000 เครื่อง หรือรวมทั้งประเทศกว่า 1,000,000 เครื่อง เลยเป็นเหตุให้ทางเราเปิดให้บริการ 4G 2100MHz ในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน โดยเริ่มวางเครือข่ายสถานีฐานประมาณ 300 แห่ง

โดยสาเหตุที่ไม่สามารถวางสถานีฐานมากกว่านี้ได้ เป็นเพราะคลื่นความถี่ 4G ที่เน้นใช้งาน data จะมีโอกาสถูกรบกวนคลื่นด้วยกันเอง หากมีการวางสถานีฐานที่ทับซ้อนกัน ส่งผลทำให้ประสิทธิภาพการใช้งานลดลง

dtac4g-map-available-areaข้อจำกัด dtac TriNet 4G รวมถึงเปรียบเทียบกับคู่แข่ง
ดีแทคเองรู้ข้อจำกัดของ 4G ซึ่งแน่นอน ความเร็วอาจจะเร็วไม่เท่าของคู่แข่ง เนื่องจากคู่แข่งใช้ช่วงคลื่นสัญญาณ 2100MHz แบ่งมาทำ 4G ประมาณ 10MHz และเอามาทำ 3G ประมาณ 5MHz แต่ดีแทค แบ่งช่วงคื่นความถี่มาทำ 4G เพียง 5MHz และทำ 3G จำนวน 10MHz ซึ่งประสบการณ์การใช้งานอาจจะไม่ดีเท่าคู่แข่งแน่นอน

“ที่ดีแทคนำคลื่นความถี่ 2100MHz มาทำ 4G ช่วงความถี่ 5MHz นั้น เป็นเพราะด้วยเทคโนโลยี เมื่อเทียบช่วงความถี่ที่เท่ากัน ทั้ง 3G และ 4G ตัว 4G จะสามารถสร้างความคุ้มค่าในการรองรับแบนด์วิธ และจำนวนผู้ใช้งานได้มากกว่า”

dtac TriNet 4G เป็นเพียงแค่เสริมให้ลูกค้าสามารถใช้งาน data ได้อย่างเสถียรมากขึ้น ทั้งด้วยของความเร็วในการดาวน์โหลด และอัพโหลด ที่ดีกว่าบน 3G ซึ่งเป็นการผ่องถ่ายผู้ใช้งานให้กระจายการใช้งานได้หลากหลายคลื่นความถี่ เป็นการลดความหนาแน่นการใช้งาน ซึ่งตามทฤษฎีนั้น ช่วงความถี่ 5MHz ของคลื่นความถี่ 4G 2100MHz ทำความเร็วสูงสุดประมาณ 42Mbps

ดีไวซ์ที่จะมารองรับ dtac TriNet 4G
ดีแทคจะไม่ผลิตดีไวซ์ที่จะทำเป็น House brand ตัวเองอย่างแน่นอน เพราะมองว่า กลุ่มลูกค้าที่จะใช้งาน 4G เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการซื้อเครื่องที่มีแบรนด์ และกำลังเงิน จึงไม่สนใจเครื่อง House brand อย่างแน่นอน แต่ ดีแทค เตรียมวางจำหน่าย HTC Desire 816 ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้ โดยเครื่องรองรับ LTE 4G ราคาประมาณ 12,500 บาท พร้อมแพคเกจที่จะมีราคาถูกกว่านี้ นอกจากนี้ จะเน้นการทำการตลาดกับเครื่องที่รองรับ 4G มากขึ้น ทั้ง iPhone, Samsung, HTC, Sony

งบการทำการตลาด 4G บนโลกออนไลน์สูงที่สุดตั้งแต่เคยมีมา
ดีแทคทุ่มงบประมาณในการทำการตลาด 4G บนโลกออนไลน์เพียงอย่างเดียวถึงสิ้นปีนี้กว่า 200 ล้านบาท โดยมองว่ากลุ่มเป้าหมายที่จะมาซื้อเครื่องรองรับ 4G หรือลูกค้าต้องการใช้ 4G เป็นกลุ่มที่เน้นการใช้งานบนโลกออนไลน์เป็นหลัก ไม่ได้เน้นการดู TV หรืออ่านหนังสือพิมพ์มาก แม้กระทั่งภาพยนตร์โฆษณาตัวใหม่ ยังฉายเฉพาะบนโลกออนไลน์เท่านั้น

และในโอกาสที่ดีแทค ไตรเน็ตครบรอบ 1 ปี ได้ออกแคมเปญฉลองความสำเร็จโดยแจกทอง 50 วัน 55 ล้านบาท เริ่มตั้งแต่ 12 พฤษภาคม เป็นต้นไปจนครบ 50 วัน แก่ผู้ที่โอนย้ายดีแทคสู่ดีแทค ไตรเน็ต หรือย้ายค่ายมาใช้งานดีแทค ไตรเน็ต รวมทั้งเปิดเบอร์ใหม่หรือซิมใหม่ทั่วประเทศ เพียงเท่านี้มีสิทธิ์ลุ้นรับทองทุกวันมูลค่า 1 ล้านบาทต่อวัน (จำนวนวันละ 10 รางวัล รางวัลละ 1 แสนบาท) โดยจะแจก 50 วัน และยังให้ลูกค้าบนดีแทค ไตรเน็ตทุกหมายเลขร่วมลุ้นทองในช่วงท้ายแคมเปญอีกมูลค่า 5 ล้านบาท รวมทองทั้งสิ้นมูลค่า 55 ล้านบาท ถือว่าเป็นแคมเปญที่มีการแจกทองคำที่มีมูลค่าสูงที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งมา

อนาคตของการประมูลคลื่นความถี่ 900 / 1800MHz
นายจอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ CEO dtac ให้คำตอบกับสื่อมวลชนด้วยตนเอง โดยมองว่า ราคาการประมูลคลื่น 1800MHz ในช่วงเดือนตุลาคมนี้ จำนวน 25MHz แบ่งเป็น 12.5MHz และ 12.5MHz ที่ กสทช ตั้งไว้ถือว่าสูงกว่าราคาปกติ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่มีมีศักยภาพ GDP ที่ใกล้เคียงประเทศไทย แต่หากมีการเคาะราคาให้เพียง 2-3 ครั้ง ไม่เกินนี้ ก็จะถือว่าเป็นราคาที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากไม่แพงเกินไป และทาง กสทช. ก็จะได้ประโยชน์จากการนำเงินประมูลส่งมอบให้ประเทศชาติต่อไป

ส่วนคลื่น 900MHz จำนวน 17.5MHz ทางดีแทคมีความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะถือว่าด้วยคุณสมบัติของคลื่นได้เปรียบเรื่องของการการะจายคลื่นได้ครอบคลุมพื้นที่ดีที่สุด ซึ่งดีแทคได้มีกลยุทธ์ในการบริหารจัดการประมูลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ยังเปิดเผยกลยุทธ์ไม่ได้

About Author

shyboy

shyboy

Partners