สรุปงานเปิดตัว Apple Watch อย่างเป็นทางการ จัดหนักเต็มพิกัดพร้อมขายปลายเมษา

โดย iSkyline | 10 มีนาคม 2558 เมื่อ 08:19 น. | อ่าน 26

apple watch 18k

เมื่อนั่งดูเวทีงานประกาศตัวสินค้าใหม่ของ Apple ในค่ำคืนนี้แล้ว ผมกลับแอบไม่แน่ใจลึกๆ ว่า ในอนาคตเราอาจจะต้องบันทึกว่าปี 2015 เดือนมีนาคม จะได้กลายเป็นช่วงเวลาที่ Apple เริ่มจุดประกายของการทำการปฏิวัติอุตสาหกรรมนาฬิกาข้อมือ เช่นเดียวกับเดือนมิถุนายนปี 2007 ที่มีการประกาศตัวของ iPhone เป็นครั้งแรกหรือไม่ ซึ่งในงาน Spring Forward ที่จัดขึ้นช่วงเวลาสิบโมงเช้าของเมืองซานฟรานซิสโกนี้ทาง Apple ก็ได้จัดการเปิดตัวและให้รายละเอียดรูปแบบของการใช้งานนาฬิกาข้อมือ Apple Watch สินค้าใหม่ล่าสุดของพวกเขาอย่างเต็มอิ่ม

apple watch event8 apple watch event7

โดย Apple Watch ออกแบบมาให้สามารถรองรับการใช้งานได้หลากหลาย ตอบสนองความต้องการด้านสมรรถภาพการกีฬาหรือสุขภาพพื้นฐาน เช่นเดียวกับการสนับสนุนใช้งานด้านโซเซี่ยลมีเดียได้อย่างเต็มรูปแบบ เสมือนว่าเป็น iPhone จอที่สองบนข้อมือได้อย่างนั้นเลยทีเดียว ซึ่งนอกจากความสามารถพื้นฐานของการแจ้งเตือนอัพเดท Notifications ต่างๆ เป็นพื้นฐานแล้ว หน้าจอยังสามารถแสดงผลข้อความเตือนความจำ แจ้งสถานที่ หรือข้อมูลสภาพอากาศได้อย่างทันท่วงที พร้อมสนับสนุนการใช้งานการสั่งงานด้วยเสียงของ Siri อย่างเต็มรูปแบบ และผู้ใช้งานยังจะสามารถใช้งานในตอบโต้ข้อความหรือการรับสายโทรศัพท์ได้ ระบบ Haptic Feedback ปรับระดับของการแจ้งเตือนได้หลากหลาย ตอบอีเมลล์หรือติดตามข่าวสารผ่านตัวแอปพลิเคชั่นที่ออกแบบมาให้รองรับได้อย่างไม่ขัดเขิน ผู้ใช้งานยังสามารถสร้างปรับแต่งอมิเมชั่นกราฟฟิคแสดงผลบนหน้าปัดที่รองรับการเคลื่อนไหวได้อย่างน่ารักและมีสีสัน มีลูกเล่น Digital Touch ที่สนับสนุนการส่งผ่านข้อมูลระหว่างกันของ Apple Watch ให้ได้เล่นกันอย่างสนุกๆ อีกด้วย

apple watch event6 apple watch event5 apple watch event4

ความสามารถอื่นๆ ที่พูดถึงบนเวทีครั้งนี้เพิ่มเติม คือ Apple Watch รองรับการใช้งานของ Apple Pay อย่างเต็มรูปแบบ สามารถใช้งานสแกนยืนยันตัวตนในการทำธุรกรรมได้อย่างรวดเร็วจากแต่เดิมต้องหยิบเครื่อง iPhone หรือแม้แต่การแจ้งข้อมูลสำคัญอย่างเช่นไฟลท์เที่ยวบิน ที่นั่ง และการเช็คอิน Boarding Pass ก็สามารถทำได้ผ่านตัวหน้าจอนาฬิกาข้อมือในทันที และถ้าเข้าพักโรงแรมในเครือของ Starwood ก็สามารถใช้งานในการเข้าเช็คอินโรงแรมที่จองไว้ได้อีกด้วย แอปพลิเคชั่นเสริมอื่นๆ ที่โชว์เรียกน้ำย่อยบนเวที เช่น แอปพลิเคชั่น Uber ก็สามารถเรียกใช้บริการรถ หรือแอปพลิเคชั่น Shazam ในการหาข้อมูลเพลงใหม่ๆ ซึ่งนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นก้าวแรกเท่านั้นโดยที่ต้องไม่ลืมว่า Apple มีฐานนักพัฒนาหัวกะทิฝีมือเยี่ยมๆ ที่รอพร้อมจะสนับสนุนอยู่อีกเยอะ ฟีเจอร์ด้านสุขภาพที่จะแจ้งเตือนกิจการการเคลื่อนไหวของร่างกาย ระดับอัตราชีพจร การเผาผลาญ การเคลื่อนไหว มีการแจ้งเตือนสรุปในรอบสัปดาห์ คำแนะนำเพิ่มประสิทธิภาพในการเคลื่อนไหวต่างๆ ใช้งานได้จากตัวนาฬิกาของ Apple ได้เลย ถ้าอยู่นิ่งนานๆ เกินไปก็จะระบบแจ้งเตือนด้วย อาจจะเหมาะนำไปประยุกต์ใช้งานด้านสุขภาพได้อย่างน่าสนใจ และสุดท้ายกับความสามารถที่รองรับการเชื่อมต่อกับแฟลตฟอร์ม Apple HomeKit สามารถควบคุมการเปิดประตูบ้าน ประตูโรงรถได้จากระยะไกล หรือแม้แต่ตรวจดูกล้องวงจรปิด ปรับระดับอุณหภูมิภายในบ้าน ก็ได้

apple watch event3 apple watch event2 apple watch event1

ปิดท้ายกันด้วยแบตเตอรี่ที่ทาง Apple กล่าวอ้างว่าสามารถใช้งานได้เต็ม 1 วันต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้ง และราคาเปิดตัวของ Apple Watch นั้นแบ่งวางจำหน่ายออกเป็นทั้งหมด 3 แบบ คือ Apple Watch Sport ตัวเรือนผลิตขึ้นจากวัสดุโลหะอลูมิเนียมที่แข็งแรงกว่าอลูมิเนียมทั่วไป 60 เปอร์เซ็นต์ เคลือบเงาด้วยสารอโนไดซ์เพิ่มความแข็งแรงของตัวเรือน สายรัดข้อมือเป็นวัสดุยาง เปิดราคาเริ่มต้นที่ 349 เหรียญสหรัฐ สำหรับรุ่นหน้าจอ 38 มิลลิเมตร และ 399 เหรียญสหรัฐสำหรับรุ่นหน้าจอ 42 มิลลิเมตร ถัดไปเป็น Apple Watch ตัวเรือนผลิตจากวัสดุ Stainless Steel แข็งแรงเคลือบเงาเพิ่มความหรูหราขึ้นไปอีกระดับ วางจำหน่ายที่ราคา 549-1049 เหรียญสหรัฐและ 599-1099 เหรียญสหรัฐ สำหรับสองรุ่นหน้าจอ คือ 38 มิลลิเมตรและ 42 มิลลิเมตรตามแต่ออปชั่นการตกแต่ง และ Apple Watch Edition ที่ตัวเรือนผลิตขึ้นจากทองคำบริสุทธ์ 18 กะรัต จะมีวางจำหน่ายในจำนวนจำกัดด้วยราคาเริ่มต้น 10,000 เหรียญสหรัฐ และจะถูกเลือกวางจำหน่ายเพียงบางสาขาของร้านค้าปลีก Apple Store เท่านั้น

สำหรับกำหนดการวางจำหน่ายของ Apple Watch นั้นจะเริ่มเปิดรับสั่งจองครั้งแรกในวันที่ 10 เมษายน และเริ่มส่งมอบสินค้าได้ในช่วงเดือนเดียวกันนั้นวันที่ 29 โดยกลุ่มประเทศแรกที่จะมีสินค้าวางจำหน่ายประกอบไปด้วย 9 ตลาดหลัก คือ สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, ฝรั่งเศส, อังกฤษ, เยอรมันนี, ญี่ปุ่น, ฮ่องกง, ออสเตรเลีย และจีน

ที่มา: Apple Spring Forward Event, The Verge

About Author

iSkyline

iSkyline