ฮึดอีกเฮือก! dtac เดินเกม Super 4G ทางออกและทางรอดของธุรกิจ?

โดย RingRangRung | 9 กุมภาพันธ์ 2559 เมื่อ 17:18 น. | อ่าน 55

Super 4G_4เป็นที่ทราบกันดีว่าสถานการณ์ในสนาม 4G ของ dtac ในตอนนี้ยังเป็นรองคู่แข่งอยู่หลายขุม โดยเฉพาะหลังจากที่พลาดการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz และ 1800 MHz ถึงแม้ทางผู้ให้บริการจะประกาศแสดงความมั่นใจว่าจะบริหารคลื่นความถี่ที่มีอยู่ให้พอเพียงต่อการแข่งขันในตลาด แต่นับว่าทำเอาลูกค้าเสียความมั่นใจไปไม่มากก็น้อย

ล่าสุดทางคลื่นสีฟ้าก็ได้เริ่มเดินเกมของตัวเอง ด้วยการออกอาวุธที่ชื่อว่า “Supersssss” ภายใต้งบ 70,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี เพื่อมาต่อกรกับคู่แข่งแบบขาวสะอาด แต่นี้จะเป็นประตูทางออกของปัญหา หรือว่าจะเป็นการพาตัวเองให้ไปอยู่ติดหล่มเหมือนเดิม

  • สร้าง Super 4G ด้วย Single Carrier ปะทะ LTE-A

DSC_0258สิ่งที่ dtac ดึงมาเป็นจุดแข็งให้กับตัวเองคือการใช้เครือข่าย 4G แบบ Single Carrier ด้วยแผนขยายจำนวนแบนด์วิธบนคลื่น 1800 MHz เพิ่มเป็น 20 MHz ควบคู่ไปกับการเพิ่มสถานีฐาน 4G (base station) จากปัจจุบัน 2,200 แห่ง ซึ่งกระจายอยู่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล เป็น 6,000 แห่งทั่วประเทศ ภายในครึ่งปีแรก เพื่อดันตัวเองให้เป็นผู้บริการรายเดียวที่ให้บริการ 4G ได้ด้วยแบรนด์วิธที่กว้างที่สุดบนคลื่นความถี่เดียว

เมื่อรวมกับการให้บริการร่วมบนคลื่น 2100 MHz อีก 5 MHz ทีมีแผนจะทำให้ใช้งานได้ครบทั้ง 878 อำเภอ ภายในไตรมาสที่ 3 ก็เท่ากับว่า dtac จะสามารถให้บริการ 4G ด้วยแบนด์วิธที่กว้างถึง 25 MHz โดยระบบให้สมาร์ทโฟนไปจับ 4G 1800MHz ก่อน หากพื้นที่ไม่มีสัญญาณ ก็จะไปจับ 4G 2100MHz แทน รองรับสมาร์ทโฟน 4G ได้ทุกรุ่นทุกยี่ห้อ ที่มีขายอยู่ในท้องตลาด ซึ่งถือว่าได้เปรียบในเรื่องของการให้ประสบการณ์ความเร็วเน็ตที่ไม่ต้องพึ่งพา CA ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสมาร์ทโฟนของลูกค้าว่าจะเป็น LTE Cat 4 ที่รองรับความเร็วสูงสุด 150/50 Mbps

DSC_0270ในขณะที่ LTE-A หรือ LTE Advanced ที่บรรดาคู่แข่งยกขึ้นมาเป็นจุดขาย จะเป็นการสร้างประสิทธิภาพการใช้งานให้สูงสุด ด้วยการนำคลื่นความถี่ที่มีอยู่มารวมกันมากกว่า 2 ความถี่ มารวมช่องสัญญาณกัน หรือเรียกว่า Carrier Aggregation (CA) ทำให้ความเร็วอินเตอร์เน็ตสูงขึ้นกว่า LTE และให้บริการได้หลากหลายรูปแบบทั้งพื้นที่ในเมืองที่ต้องใช้คลื่นความถี่สูง (High-band เช่น 1800MHz, 2100MHz) หรือในพื้นที่ห่างไกลต้องใช้คลื่นความถี่ต่ำ (Low-band เช่น 900MHz) แต่จะมีปัญหาที่สำคัญก็คืออุปกรณ์ที่รองรับระบบ CA ยังมีอยู่น้อยมาก ซึ่งในไทยมีเพียงไม่กี่รุ่นที่รองรับ อาทิ Samsung Galaxy S6 edge plus, Galaxy Note 5, iPhone 6s และ iPhone 6s Plus ทำให้ผู้ใช้งานทั่วๆ ไปไม่สามารถสัมผัสประสบการณ์ LTE-A ได้ คาดกันว่าคงต้องมีเครื่องรองรับ CA ประมาณ 3 ปีถึงจะแพร่หลายในวงกว้างกว่านี้

  • เกทับบลัฟแหลก แพ็คเกจอินเตอร์เน็ตไร้ขีดจำกัด

DSC_0271งานนี้ dtac จัดการเคลมตัวเองว่าเป็น ผู้ให้บริการที่ดี และคุ้มค่าที่สุดในตลาด ด้วยการค้นบรรดาแพ็คเกจออกมาเอาใจลูกค้าทั้งแบบเติมเงินและรายเดือน

ลูกค้ารายเดือนจะได้พบกับแพ็กเกจเล่นเน็ตไม่จำกัด “Super Love & Roll non stop” ทั้งใน 4G/3G ที่มีความพิเศษสุดๆ อยู่ที่การใช้เน็ต 10 GB โทรได้ 200 นาที โดยจ่ายเพียง 499 บาทต่อเดือน และถ้าหากใช้ไม่หมดก็สามารถทบไปใช้เดือนหน้าได้ แถม FUP อยู่ที่ 384 kbps สำหรับลูกค้าที่ในแพ็คเกจ 299 บาทขึ้นไป

12645086_10153856336737560_1824091667259665271_nนอกจากนี้ยังมี Super Topping รองรับความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มด้วยแพ็กเกจจ่าย 19 บาท ใช้งานเน็ต 4G/3G แบบเต็มสปีด 100Mbps ได้ถึง 500MB ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งนับมากเกิดความต้องการ เมื่อวัดจากค่าเฉลี่ยของลูกค้าพรีเพดทั่วไปที่ใช้กันประมาณ 100 MB ต่อวัน

pack_tbl1ในขณะที่คู่แข่งเบอร์ 1 อย่าง AIS ซึ่งออกแพ็กเกจเขย่าวงการ โดยปรับราคาลง เน้นปริมาณเน็ตมากกว่าโทรออก เทียบแพ็กเกจราคา 488 บาท ใช้งาน 4G/3G รวมกัน 10GB โทรได้ 200 นาทีเช่นกัน แต่ส่วนเกิน 10GB นั้น ต้องจ่าย 99 บาทต่อ GB ซึ่งถือว่าเป็นจุดด้อยเมื่อเทียบกับ dtac ที่ออกโปรมาทีหลังแต่แรงกว่า

หากมองในมุมของการใช้งานหลังเก็บโควต้าอินเตอร์เน็ตตามแพ็คเกจครบจะเห็นว่าฝั่ง dtac คุ้มค่าสำหรับลูกค้ามากกว่า

  • ภารกิจ 3 เดือน ดันผู้ใช้ 2G ขึ้นสู่ 3G/4G

การพยายามลดจำนวนผู้ใช้ 2G เป็นอีกหนึ่งความพยายามที่หลายค่ายกำลังทำอยู่ ในปัจจุบันฝั่ง dtac เองมีจำนวนผู้ใช้งานในระบบอยู่ที่ 25.3 ล้านเลขหมาย เป็นผู้ใช้งาน 4G อยู่ 2.3 ล้านเลขหมาย และลูกค้าเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเดือนละ 200,000 เลขหมาย ขณะที่ 3G อยู่ที่ 20 ล้านเลขหมาย ส่วนลูกค้า 2G ที่ส่วนใหญ่จะอยู่ในต่างจังหวัด อยู่ทีราว 2-3 ล้านคน

เพื่อให้ได้ตามเป้าหมาย dtac ได้ทุ่มงบ 2 พันล้านบาท ทำแคมเปญดึงดูดลูกค้าในระบบเติมเงินที่ยังใช้ฟีเจอร์โฟน 2G ให้มาใช้ 3G/4G ภายใน 3 เดือนจากนี้ โดยเชื่อว่าการให้บริการ 2G บนคลื่นความถี่ 1800MHz เพียง 5 MHz ก็น่าจะเพียงพอรองรับลูกค้า 2G ทั้งของ dtac และ AIS ในกรณีที่ทั้งสองค่ายมีการโรมมิ่ง 2G ในคลื่น 1800 MHz ที่ตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของการเจรจา

  • ลดแหลก แจกเครื่อง เพิ่มจำนวนลูกค้า

อีกหนึ่งวิธีการที่ dtac เอามาเพิ่มจำนวนลูกค้าให้กับตัวเองคือการทำโปรโมชั่นกับสมาร์ทโฟน 4G ไม่ว่าจะเป็นการลดราคาเครื่องสูงสุดถึง 75% แถมอินเตอร์เน็ต 24 GB หรือจะเป็นการแจกฟรีสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy J2 เมื่อสมัครแพ็คเกจที่กำหนดไว้

  • จับตารอโอกาสล้างตาในการประมูล 900 MHz 

DSC_0285นอกจากจะออกกลยุทธ์ในสงคราม 4G สิ่งที่ทาง dtac ให้ความสนใจและยังคงติดตามความเคลื่อนไหว คือการเข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz หากมีการเปิดประมูลอีก

โดยครั้งนี้ นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ได้แสดงความต้องการจะเห็นรูปแบบการประมูลที่โปร่งใส และราคาเริ่มต้นจะต้องไม่สูงเกินไป เนื่องการการประมูลในแต่ละครั้ง มีสถานการณ์แตกต่างกัน ราคาที่ประมูลจึงจะต้องประเมินกันใหม่อย่างต่อเนื่อง

ทั้งหมดนี้คือแนวทางการลุยสงคราม 4G ของฝั่ง dtac ที่เมื่อมองภาพรวมถือว่าน่าสนใจ โดยเฉพาะการเอา Single Carrier ที่พร้อมรองรับการใช้งานได้ทันทีมาเป็นจุดขาย ในขณะที่ค่ายอื่นๆ ยังมีรุ่นของสมาร์ทโฟนมาเป็นเงื่อนไขสำคัญ ในส่วนแพ็คเกจก็คุ้มค่าพอจะรั้งลูกค้าเก่าให้อยู่ต่อ รวมถึงการดึงลูกค้าใหม่เข้ามา

แต่ปัญหาสำคัญที่เหมือน dtac จะแก้ไม่ตกอย่างเรื่องคุณภาพสัญญานก็ยังมีให้เห็นอยู่ตลอด ขึ้นอยู่กับว่าเป้าหมายขยายโครงข่ายในครึ่งปีแรกจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นได้หรือไม่ ซึ่งก็ต้องติดตามกันต่อไปครับ

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners