dtac ชวน 2 เยาวชนจาก dtac & Telenor Youth Summit 2014 ก้าวสู่การเป็นพลเมืองดิจิทัล รับวันเด็กแห่งชาติ

โดย nookzz | 9 มกราคม 2558 เมื่อ 13:17 น. | อ่าน 107

อัสมาและสิรพัชรเมื่อวันอังคารที่ 6 มกราคม 2558 ที่ผ่านมา DTAC ได้เชิญสื่อมวลชนมาร่วมกันสัมภาษณ์ 2 เยาวชนต้นแบบ
พลเมืองดิจิทัลยุคใหม่ ณ Dtac House จามจุรีสแควร์ ต้อนรับวันเด็กแห่งชาติ และร่วมฟังประสบการณ์บนเวทีเยาวชนโลก หลังเข้าร่วมโครงการ Telenor Youth Summit 2014 ณ กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ เมื่อวันที่ 9 ถึง 11 ธันวาคม 2557 ที่ผ่านมา

ทั้ง 2 เยาวชนรุ่นใหม่ ได้แก่ น้องอัสมา นาคเสวี และ น้องบอส-สิรพัชร บุณยะปาน เป็นผู้ถูกคัดเลือกจากโครงการ
dtac & Telenor Youth Summit 2014 อันเป็นโครงการเพื่อเยาวชนที่ดีแทคจัดขึ้น เพื่อสร้างเยาวชนที่เป็นผู้นำความคิดรุ่นใหม่ ปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนเป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีคุณภาพ รู้จักรับผิดชอบต่อสังคม ใช้ประโยชน์จากอินเตอร์เน็ตอย่างสร้างสรรค์ สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลในเรืองเศรษฐกิจดิจิทัลอีกด้วย

การสัมภาษณ์เริ่มต้นด้วยการกล่าวต้อนรับสื่อมวลชนจากนางอรอุมา ฤกษ์พัฒนาพิพัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานสื่อสารองค์กรและการพัฒนาที่ยั่งยืน บริษัท โทรเทิ้ล แอ็คแซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทคพร้อมกับแชร์เทรนด์ของโลกอินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน ที่ชี้การเติบโตแบบก้าวกระดดด จากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่มีกว่า 3.2 พันล้านคน คิดเป็น 41% จากประชากรโลกทั้งหมด และยังคงมีอัตราเติบโตเฉลี่ย 5.5% ทุกปี

อัสมา นาคเสวีทั้งนี้ นางอรอุมากล่าวว่า ต้นแบบของพลเมืองดิจิทัล ควรมีจริยธรรมในการใช้เทคโนโลยี เพราะจากสถิติแล้ววัยรุ่นกว่า 88% เคยเจอประสบการณ์รุนแรงจากการใช้อินเทอร์เน็ต หรือการสังเกตผู้ใช้อินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ซึ่งเคยดาวน์โหลดหรือแชร์สิ่งที่ผิดกฏหมาย นอกจากนี้ต้นแบบพลเมืองดิจิทัลควรปรับการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้มากขึ้น และควรมีความยับยั้งชั่งใจในการใช้งานมากกว่าในปัจจุบัน

จากนั้น ทั้ง 2 เยาวชนได้เข้ามาเล่าประสบการณ์จากโครงการ Telenor Youth Summit 2014 โดยกล่าวว่ารู้สึกเป็นเกียรติและดีใจที่ได้เข้าร่วมการประชุมระดับโลก ซึ่งทำให้ได้รับประสบการณ์อันมีค่าในหลายๆด้านไม่ว่าจะทั้งด้าน ความรู้ (Khowledge) ประสบการณ์แปลกใหม่ (Experience) และมิตรภาพที่กว้างขวางขึ้น (Connection)

ในส่วนของความรู้นั้น ทั้ง 2 เยาวชนได้รู้จักกับโครงการดิจิทัลเพื่อช่วยเหลือสังคมมากมาย แต่ที่ 2 เยาวชนให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือโครงการ Wiki Zero Program อันมาจากความร่วมมือระหว่าง Wikipedia เว็บไซต์แบ่งปันข้อมูลระดับโลก กับ Telenor ซึ่งทำให้การเผยแพร่ข้อมูลสู่ผู้คนเป็นไปอย่างกว้างขวางและง่ายมากขึ้นจากการใช้แอพพลิเคชั่น และโครงการ Big Data ซึ่งใช้สัญญาณมือถือมารวบรวมเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ให้สามารถนำไปใช้เพื่อตอบโจทย์กับสังคมได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ยังได้เข้าร่วม Workshop ต่างๆ เพื่อให้เหล่าเยาวชนและนักคิดยุคดิจิทัลจากทั่วทุกมุมโลก ได้ช่วยกันค้นหาคำตอบและทางออกใหม่ๆ เพื่อช่วยกันนำเอาโลกดิจิทัลมาช่วยสังคมกันมากขึ้น

ประสบการณ์อันแปลกใหม่และมีค่าที่ทั้ง 2 เยาวชนถือว่าเป็นเกียรติอย่างมาก คือ เจ้าชาย Haakon Magnus แห่งนอร์เวย์ ได้เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วย ร่วมไปถึงการได้เป็นส่วนหนึ่งของงานประกาศรางวัล Nobel Peace Prize และเข้าฟังเลคเชอร์โนเบล โดย Malala Yousafzai เจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพในปี 2014 อีกทั้งยังได้รู้จักมิตรภาพจากเพื่อนใหม่ทั่วโลก และได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์รวมทั้งวัฒนธรรม ประเพณี ที่แตกต่างออกไป
ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้

นางสาวอัสมา กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนคิดว่าเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่เยาวชนควรได้รับการปลูกฝังหรือวางรากฐานการเรียนรู้เรื่องดิจิทัลและอินเทอร์เน็ตอย่างถูกต้อง เพราะสามารถใช้เป็นเครื่องมือต่อยอดโครงการต่างๆ ที่เกิดประโยชน์กับตนเองและสังคมได้ ซึ่งในเวทีเยาวชนระดับโลกได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมากต่างคนต่างนำไอเดียมาเสนอเพื่อนำมาแก้ปัญหาในเชิงสังคมโลกได้ ซึ่งในส่วนของตนนั้นได้นำโครงการ Social Enterprise Project ไปนำเสนอ ซึ่งเป็นโครงการ M-Commerce เพื่อหญิงหม้ายใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีรายได้จากอาชีพการปักผ้าคลุมผม หรือ Hijab

สิรพัชร บุณยะปานด้านนายสิรพัชร กล่าวว่า เทคโนโลยีมีส่วนช่วยให้เกิดการเติบโตในเชิงเศรษฐกิจ เป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ และมั่นใจว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ประชากรของโลกจะเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อย่างเท่าเที่ยม นั่นคือสัญญาณที่บ่งบอกว่า ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องวางรากฐานเกี่ยวกับเรื่องดิจิทัล และอินเทอร์เน็ตให้กับเยาวชนให้เป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีคุณภาพ โดยตนเองได้เสนอโครงการ Market Place of Idea ได้แก่การวาง Internet Infrastructure ให้สามารถเชื่อมต่อฐานข้อมูลของบุคคลหรือองค์กรได้ เอามาไว้ในที่เดียวซึ่งในเชิงเศรษฐศาสตร์มันคือการสร้างงานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาในการกลั่นกรองข้อมูลพื้นฐาน

ท้ายที่สุดแล้ว นอกจากการเป็นต้นแบบพลเมืองดิจิทัลที่มีคุณภาพแล้ว ทั้ง 2 เยาวชนยังทิ้งท้ายว่า การใช้นเทอร์เน็ตควรมี 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การรู้จริง – ควรรู้ถึงบทบาทและประโยชน์สูงสุดของการมีอินเทอร์เน็ต และรู้จริงเกี่ยวกับการใช้งานที่ถูกต้อง การใช้เป็น – ควรใช้ดิจิทัลและอินเทอร์เน็ตในเชิงสร้างสรรค์ ส่งเสริมการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และการพัฒนาเพื่อสังคม – จากการประชุมเยาวชนโลกครั้งนี้ พบว่าควรใช้ดิจิทัลและอินเทอร์เน็ตอย่างสร้างสรรค์เพื่อสามารถนำไปแก้ปัญหาสังคมและเดินหน้าประเทศชาติได้

หลังจากการเข้าร่วมประชุมที่นอร์เวย์ ทั้ง 2 เยาวชน ยังได้ร่วมมือกับดีแทค ในการเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมสร้างเยาวชนพลเมืองดิจิทัลคุณภาพ ภายใต้โครงการ Safe Internet อันเป็นโครงการที่มุ้งเน้นกิจกรรมสร้างแนวคิด ปลูกจิตสำนึกให้กับเยาวชนเรื่องการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย เพื่อสร้างเยาวชนในยุค Digital Future ที่พร้อมด้วยความรู้ ประสบการณ์และต่อยอดในเชิงการพัฒนาสังคมและประเทศชาติได้

About Author

nookzz

nookzz

Partners