Nir Eyal ชูหลัก 5 ข้อเพื่อความสำเร็จ พร้อมแนะสตาร์ทอัพไทยอย่ากลัวล้ม

โดย Bluecosmos | 8 มิถุนายน 2560 เมื่อ 12:31 น. | อ่าน 78

Speaker3เนียร์ อิยาล (Nir Eyal) หรือ “เนียร์” ผู้เขียนหนังสือ “How to Build Habit-Forming Products” และยังเป็นที่ปรึกษาให้กับ Tech Startup ระดับโลกอย่าง Facebook,Instagram,Twitter และ Linkedin แสดงทัศนะต่อวงการสตาร์ทอัพไทย ในฐานะที่ปรึกษาโครงการ “dtac Accelerate Batch 5″ พร้อมบอกเคล็ดลับควรจำ 5 ข้อ

สิ่งที่ เนียร์ พยายามจะสอนให้เหล่าสตาร์ทอัพได้เรียนรู้มาตลอดคือการดีไซน์โปรดักซ์ หรือแอพฯ ให้ผู้บริโภคต้องกลับมาใช้งานซ้ำๆ ผ่านโมเดล Hook ซึ่งประกอบไปด้วย 4 แพทเทิร์นได้แก่ Trigger (สิ่งกระตุ้นให้ลูกค้าอยากใช้), Action (การกระทำหลังเกิดการกระตุ้นให้สนใจ), Reward (ความพอใจที่ผู้ใช้ได้รับ), และ Investment (สิ่งที่ผู้ใช้ตอบแทนกลับมาให้ผลิตภัณฑ์)

Speaker9

“ความสำเร็จของ Facebook หรือ Twitter ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เกิดจากการดีไซน์โปรดักซ์ให้ลูกค้าต้องกลับมาใช้งานซ้ำๆ ยกตัวอย่าง Facebook ที่สร้าง Trigger แรงกระตุ้นภายในให้คนเข้ามาเล่นด้วยการแจ้งเตือนการกดไลค์ กดแชร์ หรือคอมเมนท์ที่ทำให้ลูกค้าอยากเข้าไปดูว่าเกิดอะไร ซึ่งจะทำให้เกิด Action การเปิดแอพฯขึ้นมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ตามด้วย Reward ที่ผู้ใช้จะได้เห็น Newsfeed ได้เห็นเรื่องราวต่างๆที่ไม่คิดว่าจะได้เห็น และสุดท้ายคือ Investment ที่เกิดขึ้นเมื่อตัวผู้ใช้มีการกดไลค์ คอมเมนท์ หรือแชร์ ซึ่งก็เป็นการสร้าง Trigger ให้เกิดขึ้นมาอีกจนเป็นลูปวนไปในลักษณะนี้เรื่อยๆ”

ด้านทิศทางของวงการสตาร์ทอัพไทยตลอด 4 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เนียร์ มองว่ามีคุณภาพมากขึ้นทั้งด้านไอเดียหรือตัวผู้ก่อตั้งเอง ซึ่งทำให้เห็นภาพของระบบนิเวศของวงการสตาร์ทอัพที่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

“สิ่งที่ถือเป็นความแตกต่างด้านวัฒนธรรมการทำสตาร์ทอัพของไทยเมื่อเทียบกับของต่างประเทศอย่าง ซิลิคอนวัลเลย์ คือมุมมองต่อความล้มเลว สำหรับซิลิคอนวัลเลย์การทำสตาร์ทอัพแล้วไม่ประสบความสำเร็จถือเป็นเรื่องที่ปกติ แต่สำหรับของไทยยังคงมีความกลัวในเรื่องพวกนี้ และต้องใช้ระยะเวลาอีกสักพักใหญ่ๆถึงจะมีความเข้าใจในแนวคิดตรงนี้”

Nir Eyal11

ในส่วนของความท้าทายที่ทีมสตาร์ทอัพจะเจอ เนียร์ มองว่าเป็นตัวขนาดตลาด (Market Size) ที่ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพเข้าไปแก้ปัญหา ซึ่งถ้าตัวตลาดไม่ใหญ่พอที่จะขยายไปสู่ระดับภูมิภาค ,ระดับโลก หรือมากพอที่จะทำให้ก้าวเป็นยูนิคอร์น ก็มียากที่จะสร้างโอกาสเติบโต หรือดึงดูดนักลงทุนเพื่อเดินไปข้างหน้า ซึ่งตัวเขาเองจะเลือกลงทุนกับสตาร์ทอัพโดยพิจารณาจาก 3 ส่วน คือ Growth หรือศักยภาพการเติบโตของธุรกิจ, Engagement การทำให้ผู้ใช้งานกลับมาใช้โปรดักซ์อีก ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับสตาร์ทอัพหน้าใหม่ และสุดท้าย Monetization การทำเงินจากผู้บริโภค

สำหรับเคล็ดลับ 5 ข้อที่ เนียร์ เอามาแนะนำสตาร์ทอัพไทยเพื่อให้ประสบความสำเร็จในวงการนี้ประกอบด้วย

  • ฺBig Market : ตลาดที่จะเข้าไปทำธุรกิจจะต้องใหญ่มากพอเพื่อเพิ่มโอกาสที่จะเติบโตทางธุรกิจและดึงดูดความสนใจจากนักลงทุน
  • Scratch your own itch : เกาในจุดที่ตัวเองคัน หรือสร้างธุรกิจสตาร์ทอัพขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาในสิ่งที่เราเป็นผู้ประสบเองซึ่งข้อนี้จะทำให้คนทำสตาร์ทอัพได้รู้จักกับเพนพอยต์ (pain point) ในเชิงลึกด้วยตนเอง
  • Understand Consumer Psychology : มีความเข้าใจในจิตวิทยาของลูกค้า หลายๆครั้งที่คนทำสตาร์ทอัพออกไปสำรวจความเห็นจากผู้บริโภค คำตอบที่ได้รับกลับมาก็ไม่ตรงกับสิ่งที่ผู้บริโภคทำจริงๆ หลักความคิดของลูกค้าจึงเป็นสิ่งที่คนทำสตาร์ทอัพจะต้องทำความเข้าใจ
  • Monopoly : การผูกขาดทางการค้าสร้าง Habit ทำให้ผู้บริโภคนึกถึงแต่โปรดักซ์ของเราด้วยเทคนิค Hook ถ้าทำสำเร็จก็จะเป็นการป้องกันไม่ให้คู่แข่งเข้ามาทำในสิ่งเดียวกันกับเรา และยังเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดสงครามราคา
  • Marry Your Co-Founder : หา Co-Founder ที่จะอยู่ด้วยกันกับเราไปตลอดชีวิตการทำธุรกิจสตาร์ทอัพ

About Author

Bluecosmos

Bluecosmos