สัมภาษณ์พิเศษ “บิล ไรย์ชาร์ด” Mentor ระดับโลก แชร์ประสบการณ์ “The Art of Startup” มุมมองต่อสตาร์ทอัพไทย

โดย nookzz | 7 กรกฎาคม 2558 เมื่อ 20:19 น. | อ่าน 21

Resize of 7P2A6978ก่อนที่ผลการคัดเลือกและตัดสินของโครงการ dtac Accelerate Batch 3 ใกล้จะเดินมาถึงการตัดสิน ทางดีแทคได้เชิญ Bill Reichert mentor ระดับโลก ที่เป็นหุ้นส่วนของบริษัท VC ชื่อดังมากมาย ในครั้งนี้ มาเยือนประเทศไทย ได้แชร์คววามรู้เรื่อง The Art of Startup ให้กับสื่อมวลชนไทยได้ฟัง

บิลเป็น Managing Partner ของ Garage Technology Venture กับ Guy Kawasaki ที่อเมริกา เป็นกูรูระดับโลกในวงการสตาร์ทอัพ จาก Silicon Valley และลงทุนไปมากกว่าร้อยบริษัททั่วโลก มูลค่าในการลงทุน ถ้าลองกูเกิ้ลดูจะเห็นว่ามีมากกกว่า 4 ร้อยล้านเหรียญแล้ว และหลายๆ บริษัทก็ได้ซื้อไปในมูลค่าหลักหมื่นล้านบาท บิลเป็นกูรูระดับโลก ถ้าหาในกูเกิ้ลจะเห็นเลยว่าบิลเป็นท้อปกูรูในเรื่อง Startup เป็น Partner กับ สตีฟ จ็อปในการทำ Macintosh บิลได้บินมาเป็น mentor ในโครงการ dtac Accelerate และ Telenor ก็ได้เชิญให้มาสอนน้องๆในทีม Start upของ dtac Accelerateในปีนี้ ซึ่งมีทีมทั้งหมด 6 ทีมเข้า Boot camp จาก 144 ทีมที่ส่งผลงานกันเข้ามา

มุมมองการลงทุนของบิล ต่อธุรกิจสตาร์ทอัพในเอเชีย
จุดเริ่มต้นของบิลตอนเริ่มทำ Garage Technology Venture กับ Guy Kawasagi เขามองว่าเทคโนโลยีจะเป็นธุรกิจในอนาคต เทคโนโลยีมันไม่ควรจะอยู่แค่ใน Silicon Valley มันควรจะไปทั่วโลก เขาก็อยากจะหาบริษัทที่จะลงทุนได้ทั่วโลก ดูจากทุนเดิม ดูจากเจ้าของบริษัท ดูจากเทคโนโลยีทั่วไป แล้วโอกาสทางธุรกิจที่เกิดขึ้น

บิลลงทุนไปมากกว่า 150 บริษัททั่วโลกแล้ว มีบริษัทที่เขาอยากจะไฮไลท์ที่สำเร็จ เขาเรียกว่า Unicorn ซึ่ง Unicorn คือบริษัทที่มีมูลค่ามากกว่า ล้านเหรียญ US หรือประมาน 3 หมื่นล้านบาท บริษัทแรกคือ Pandora ที่อเมริกา Pandora จะเป็น Application ที่เอาไว้ Streaming Music ให้เห็นภาพแบบ Apple Music

Resize of 7P2A6946บิลพูดถึงแผนการลงทุนต่อไปว่า เขามีเงินทุนอยู่ก้อนนึงประมาณ 40 ล้านเหรียญ US ซึ่งเขาอยากจะลงทุนในบริษัทที่เป็น Early Stage หมายความว่าบริษัทที่เพิ่งเริ่มตั้ง เขาอยากได้ธุรกิจที่เพิ่งเริ่มตั้งขึ้นมา ถ้าเป็นแอพ อย่าง Uber หรือ Grab Taxi ทุกวันนี้เป็นธุรกิจที่ไปได้ไกลแล้ว อันนั้นเขาเรียกว่าเหมือนจะ Exit ได้แล้ว บิลจะดูพวก Early Stage หรือ Seed Ground เขามองหาธุรกิจที่จะเป็น Next big things

สองสามปีที่ผ่านมาธุรกิจ Startup เติบโตขึ้นมามาก เขามีมุมมองว่าจาก Silicon Valley มาที่เอเชีย เงินลงทุนเหล่านี้ไหลมาที่เอเชียและประเทศไทยมากขึ้น จากที่เขาดูมาหลายๆ ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเกาหลีใต้ สิงคโปร์ ฮ่องกง เขาเห็นภาพว่าจะเริ่มมีเงินลงทุนเข้ามา แต่ว่าทฤษฏีของทาง Garage Technology ด้วยความที่เขาไม่ได้เก่งด้านเอเชีย ไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจในเอเชียมาก สิ่งที่เขาทำคือเขาจะ Partner กับ Local คนที่สามารถดูธุรกิจ Startup ให้แต่ละประเทศได้เพื่อที่จะบอกให้ลองมาลงทุนกับทีมเหล่านี้ ซึ่งจริงๆ ประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในนั้นแล้ว dtac Accelerate เองก็เป็น Partner กับเขาด้วย

มุมมองที่มีต่อสตาร์ทอัพไทย
สำหรับ dtac Accelerate ในปีนี้ บิลบอกว่าเขามากรุงเทพปีนี้ปืที่สอง เขาก็เห็นว่าได้รับความนิยมมากขึ้น ปีที่แล้วก่อนหน้านี้มีสมัครมาเพียง 100 ทีมปีนี้ก็เกือบ 200 ทีมแล้ว ขึ้นเป็นสองเท่า เขาเห็นพลังของการเป็นผู้ประกอบการของเด็กๆ ทั้งหกทีมว่ามีความเป็น Startup Entrepreneur มากเท่าเทียมกับ Ecosystem หรือระบบนิเวศของ Start up ในประเทศอื่นๆ เขารู้สึกประทับใจมากกับโครงการนี้

ทั้ง 6 ทีมของ dtac Accelerate ปีนี้ ยังเป็น Early stage หมายความว่าทั้ง 6 ทีมยังมีอะไรต้องทำอีกเยอะมากเพื่อไปให้ถึงจุดที่จะมีคนมาลงทุน บิลได้ชี้ถึงปัญหาของแต่ละทีมว่าควรจะต้องมีอะไรเพิ่มเติมอย่างไรบ้าง แล้วก็บอกได้เลยว่าน้องๆ ต้องมีพลังยังไง ต้องมี Passion ยังไง ลงลึกในแต่ละหัวข้อว่าในแต่ละทีมต้องมี Solution ยังไงเพื่อตอบโจทย์นักลงทุน

About Author

nookzz

nookzz

Partners