“Jon Youngfook” MENTOR จาก dtac Accelerate กับกลยุทธ Growth hacking ที่เน้นต้นทุนต่ำเพื่อประโยชน์สูงสุด

โดย syndana | 6 สิงหาคม 2558 เมื่อ 00:24 น. | อ่าน 9

2547591

จอน ยังฟุค (Jon Youngfook) อีกหนึ่ง Mentor ในโครงการ dtac Accelerate Batch 3 กับความน่าสนใจที่ได้คลุกคลีอยู่ในวงการ StartUp มาเป็นเวลากว่า 15 ปี และเขียนหนังสือเกี่ยวกับเรื่อง Growth hacking ซึ่งเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ผู้บริโภคเข้ามาใช้งานบ่อยขึ้น เป็นการลงทุนที่น้อยแต่คุ้มค่า โดยใช้เทคโนโลยีเป็นส่วนช่วยขยายสู่วงกว้าง

Growth hacking เป็นมาร์เก็ตติ้งอย่างหนึ่งที่เน้นการใช้ต้นทุนต่ำ โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาประกอบให้เกิดประโยชน์สูงสุด อาทิ Facebook หรือ Instagram ให้ลูกค้ามองเห็นในมุมกว้าง เพื่อสร้างการขยายฐานลูกค้าใหม่ให้โตแบบก้าวกระโดด (early stage customer acquisition) โดยเทคนิคที่จอนคิดว่าสามารถตอบโจทย์กลยุทธ์ได้เป็นอย่างดีและชอบมากที่สุดก็คือ การที่ Hotmail ใส่ tag line ‘powered by’ ลงใน email ทุกอีเมลก่อนส่งออกของผู้ใช้งาน ซึ่งจะช่วยสร้างการรับรู้และทำให้ Hotmail ได้ฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด โดยใช้เวลาแค่ 2 นาทีเท่านั้น

ตัวอย่างของการทำ Growth hacking ที่จอนได้แชร์ให้แก่ startup ทั้ง 6 ทีมของโครงการคือการทำ Lifecycle market สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง อย่าง E-mail marketing ที่ถึงจะเป็นช่องทางที่เก่า แต่ก็สามารถนำมาใช้ได้ตลอด ยิ่งมีฐานลูกค้ามากเท่าไหร่ยิ่งดี ทั้งนี้ก็ต้องดูแลในสถานะของลูกค้าที่แตกต่าง เช่น ลูกค้าที่เพิ่งใช้งาน หรือใช้งานมานานแล้ว ข้อมูลการส่งอีเมลก็ต้องแตกต่างกันออกไป ซึ่งจำเป็นต้องมีการติดต่ออย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาฐานลูกค้าเอาไว้

จอนได้ให้คำปรึกษากับทุกๆทีมในเวิร์คช้อป ตัวอย่างเช่น SuperRFQ ซึ่งเป็นธุรกิจ ที่มีความท้าทายถึง 2 ด้าน (Business 2 Business: B2B) เนื่องจากจะมีลูกค้าจากทั้งที่ต้องการซื้อและลูกค้าที่ต้องการขาย ทำให้การเติบโตเป็นไปได้ค่อนข้างยาก จอนจึงแนะนำให้ลูกค้าฝั่งหนึ่งแนะนำลูกค้าอีกฝั่งหนึ่ง เพื่อตอบสนองความต้องการให้เกิดประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย เพราะระหว่าง Product กับ Marketing แล้วสิ่งสำคัญที่สุดคือ Product ที่ต้องช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้ ถึงแม้ว่าจะทำMarketing ได้ดีแต่ตัว Product เองไม่สร้างความประทับใจให้กับลูกค้า สุดท้ายก็ไม่ประสบความสำเร็จ

ทั้งนี้ StartUp ไทยกับในยุโรป/อเมริกามีความแตกต่างตรงที่ Ecosystem ของไทยยังห่างไกลจากฝั่งยุโรป/อเมริกามาก ส่วนหนึ่งก็มาจากการเริ่มต้นที่ช้ากว่าหยี่สิบปี การสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆยังน้อย (เช่น รัฐบาลของสิงคโปร์ให้ที่ทำงานกับ startup ในนาม block 71) การเขียน blog เพื่อโปรโมทให้ลูกค้ารู้จักธุรกิจมากขึ้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะ startup ในกลุ่ม B2B ซึ่งจะเป็นตัวช่วยสร้างความมั่นใจต่อการใช้งาน แต่กลับยังไม่เป็นที่นิยมเท่าไรนักในแถบประเทศเอเชีย อีกทั้งคนไทยยังยึดติดกับการเป็น Free Service อยู่ ก็ควรแก้ด้วยการผลิตแอพฯที่คิดว่าคนจะลงทุนซื้ออย่างแน่นอน เพื่อให้ประโยชน์ที่คุ้มค่าแก่ผู้ใช้งานในกลุ่มเป้าหมายนั้นๆได้อย่างลงตัว แต่จอนก็รู้สึกประทับใจที่ทุกกลุ่มมีไอเดียและเป้าหมายที่ชัดเจนมากกว่าในปีก่อนๆ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจและการเตรียมตัวเป็นอย่างดี

สุดท้ายนี้ Startup trend ที่จอนมองในอีก 5 ปีข้างหน้าน่าจะเป็นด้าน Internet of Thing ที่คาดว่าคงเพิ่มขึ้น และมีราคาถูกลงเรื่อยๆ ตามกระแสที่ผู้คนให้ความสนใจทั้งในปัจจุบันและอนาคต

About Author

syndana

syndana

Partners