ซีอีโอ “Blackbox” มองสตาร์ทอัพไทยต้องกล้าบวก ถ้ารัฐอยากหนุนต้องให้อิสระ

โดย RingRangRung | 4 สิงหาคม 2559 เมื่อ 15:02 น. | อ่าน 59

DSC_0220ฟาดิ บิชารา ซีอีโอและผู้ก่อตั้งบริษัท Blackbox บูธแคมป์ระดับแถวหน้าของวงการสตาร์ทอัพ และยังเป็น Venture Partner ของ Sinbad Ventures มองวงการสตาร์ทัพไทยมีแววเติบโตสูงแต่ต้องพัฒนากรอบความคิดใหม่ ขณะที่ภาครัฐถ้าอยากสนับสนุนก็ต้องให้อิสระกับผู้ประกอบการ

ตัวของ ฟาดิ บิชารา ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีสตาร์ทอัพแห่งซิลิคอน วัลเลย์และได้ร่วมงานกับ dtac Accelerate โครงการบ่มเพาะสตาร์ทอัพอันดับ 1 ของไทยกันมานานจนตอนนี้ก็มาถึง batch 4 แล้ว

จากการได้พูดคุยผู้ก่อตั้ง Blackbox ก็ได้เผยมุมมองต่อระบบ Ecosystem สตาร์ทอัพไทยในตอนนี้ว่า ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาสตาร์ทอัพของไทยมีการพัฒนามากขึ้นโปรดักซ์ก็น่าสนใจ และมีความตั้งใจที่จะทำให้ธุรกิจเกิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาในสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง ไม่ใช่ทำเพื่อล่า ยูนิคอน (unicorn) หรือบริษัทสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าเกิน 1 พันล้านดอลลาร์เหมือนกับประเทศอื่นๆ

DSC_0205

“การที่จะเป็นสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จ คนที่ทำจะต้องรู้และเข้าใจในตัวปัญหา ต้องมีประสบการณ์กับปัญหานั้นจริงๆ แค่มีไอเดียเจ๋งๆ ยังไม่พอ ต้องเข้าใจในปัญหา ตัว Blackbox จะโฟกัสที่คนที่ทำสตาร์ทอัพ เมื่อเข้าไปด้วยไอเดียอีกอย่าง เมื่อออกมาก็อาจจะได้ไอเดียอีกอย่างมาทำธุรกิจ ซึ่งเรามองหาสตาร์ทอัพที่เปิดใจยอมรับการเรียนรู้ เข้าใจปัญหาจริงๆ”

สำหรับสตาร์ทอัพที่เคยมีประสบการใน Blackbox อย่าง “คุณโน้ต” เฉลิมยุทธ บุญมา ซีอีโอของ Fast in Flow และ “คุณกั๊ก” สุพิชญา สูรพันธุ์ ซีอีโอของ Piggipo  ก็ได้พูดถึงประสบการณ์ที่ได้จากบูธแคมป์แห่งนี้

DSC_0198

คุณกั๊ก เล่าว่า “หลังจากเข้าไปใน Blackbox เราก็ได้ปรับไอเดียใหม่ ในนั้นมีการสอนให้เปลี่ยนกรอบความคิดอย่าหยุดแค่จะประสบความสำเร็จในระดับประเทศ แต่ต้องคิดไปถึงระดับโลก นอกจากนี้ยังได้พัฒนาแนวคิด และวิธี Pitching ให้ชนะใจนักลงทุน”

ส่วนคุณโน๊ต เผยว่า “ใน Blackbox เราจะเจอกับการแข่งขันที่สูงมาก รวมถึงผลตอบรับ ที่เป็นพลังให้เราทำธุรกิจต่อ และยังเป็นการเตรียมตัวที่จะเจอกับคู่แข่งที่เค้าเองก็ทำงานหนักมาก”

ด้านมุมมองที่มีต่อสตาร์ทอัพไทยในตอนนี้  ฟาดิ ก็ได้ยอมรับว่าสตาร์ทอัพไทยมีวิวัฒนาการ โปรดักซ์ตอบโจทย์ได้แบบ B2C และมีโอกาสประสบความสำเร็จในตลาดภูมิภาคที่มีความเป็นเอกลักษณ์สูง จนบริษัทใหญ่ๆไม่สามารถเจาะเข้าไปได้

DSC_0217

“ความได้เปรียบของวงการสตาร์ทอัพไทยในตอนนี้คือยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นทำให้แข่งขันกันน้อย แต่ไทยยังมีปัญหาเรื่องของการใช้ภาษาอังกฤษและยังขาดแคลนแรงงานที่เป็นสายนักพัฒนา อีกทั้งยังจำกัดความคิดของตัวเองไว้แค่ในระดับประเทศ ไม่กล้าทะเยอทะยานไปสู่ระดับโลก ส่วนการสนับสนุนของภาครัฐก็เป็นเรื่องดีเพราะถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ เพียงแต่จะต้องหลีกทางให้ สตาร์ทอัพได้มีอิสระทั้งเรื่องไอเดียและแนวทางการทำธุรกิจ ภาครัฐควรจะสนับสนุนแค่เรื่องเงินหรือสร้างปัจจัยแวดล้อมที่มาเกื้อกูลกัน”

DSC_0216

สำหรับเทรนด์กลุ่มอุตสาหกรรมที่มาแรง ฟาดิ มองว่า เป็นกลุ่ม Agri Tech, Health Tech และ IoT โดยยกตัวอย่าง Visionear แว่นตาสำหรับผู้พิการทางตา ซึ่งสามารถพัฒนาได้ไกล ใช้ต้นทุนต่ำ และมีคุณค่า แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้รับการสนับสนุนในไทยเท่าที่ควรเพราะทำเงินได้ช้า

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners