MXTalk : ปราบพยศมังกรน้อย (ภาคแรก) ไขความกระจ่าง Snapdragon 805!!

โดย iSkyline | 4 สิงหาคม 2557 เมื่อ 15:15 น. | อ่าน 50

qualcomm snapdragon x1

เชื่อได้ว่าผู้ที่คลุกคลีมีความสนใจในอุตสาหกรรมมือถือชั่วโมงนี้คงยากนักที่จะไม่รู้จักกับชุดระบบฮาร์ดแวร์นามกระเดื่องอย่าง Snapdragon ซึ่งเป็นสายผลิตภัณฑ์ซิปเซ็ตหัวเรี่ยวหัวแรงผลักดันส่งให้ Qualcomm ทะยานขึ้นเป็นผู้ออกแบบผลิตหน่วยประมวลผลสำหรับมือถือเบอร์หนึ่งในช่วงขวบปีทีผ่านมา นับตั้งแต่การเปิดตัว Snapdragon S4 ที่พลิกขั้ววงการไปอย่างถาวร เราได้เคยเกริ่นนำเสนอไปแล้ว (เรื่องวุ่นๆ ของ Snapdragon) กลับมาอีกครั้งขอหยิบยกเกร็ดประเด็นที่น่าสนใจของชิปเซ็ตรุ่นล่าสุด Snapdragon 805 นำมาบอกเล่ากัน ซึ่งจะนำความน่าสนใจของข้อมูลต่างๆ มาสรุปรวมกันไว้ในบทความ MXTalk การปราบพยศมังกรน้อย (ภาคแรก) ประจำเดือนสิงหาคมนี้ เป็นการปูพื้นก่อนที่จะนำเสนอบทความชุดต่อเนื่องต่อไป

ที่มาของเจ้าตลาด Snapdragon

นับตั้งแต่การเปิดตัวชิปเซ็ตซีรีส์ Snapdragon S4 นอกจากที่ Qualcomm จะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดขึ้นได้มากขึ้นจนเป็นที่ติดปากของกลุ่มคนเล่นมือถือ ทำให้ผู้ออกแบบผลิตรายอื่นๆ ต้องทยอยกันถอยฉากออกไปทีละรายสองราย ไม่ว่าจะเป็นอดีตขาใหญ่อย่าง Texas Instrument เจ้าของแบรนด์ OMAP หรือกิจการร่วมทุนของ ST-Microelectronics และ Ericsson ที่มีผลิตภัณฑ์ซีรีส์ NovaThor ออกมาทำตลาดอยู่ช่วงสั้นๆ ก็ไม่สามารถทนต่อความรุนแรงของการแข่งขันได้ แม้แต่ Nvidia ผู้บุกเบิกหน่วยประมวลผลแบบ Multi-core บนมือถือด้วย Tegra 2 ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ผีออกมากกว่าเข้า จนต้องพยายามไปหารายได้ในด้านอื่นๆ เพื่อทดแทนรายได้ที่ขาดหายจากตลาดมือถือ ที่เห็นพอจะมีปากเสียงได้สักหน่อยนาทีนี้คงมีแค่ MediaTek จากไต้หวันที่สร้างความครั่มคร้ามให้กับ Qualcomm ในตลาดมือถือราคาย่อมเยาและกำลังเริ่มเปิดไพ่ตอบโต้ในตลาดไฮเอ็นด์เพิ่มเติม แต่อะไรคือความแตกต่างที่ทำให้เจ้ามังกรน้อยสามารถฉีกตัวเองให้อยู่เหนือจากคู่แข่งได้ในช่วงที่ผ่านมา

snapdragon features

ปัจจัยแรกที่หยิบยกมานำเสนอคือ Qualcomm ได้เลือกผสมผสานเทคโนโลยีต่อยอดกับการออกแบบหน่วยประมวลผลได้อย่างลงตัว โดยกล่าวก็คือ ในชิปเซ็ตชุดหนึ่งของ Snapdragon ตั้งแต่ซีรีส์ S4 แล้วนอกจาก CPU แกนประมวลผลหลักและชุดประมวลผลกราฟฟิค Adreno และ Digital Signal Processor ต่างๆ ที่คอยดูแลงานประมวลผลเฉพาะด้านหรือระบบมัลติมีเดีย เป็นหัวใจสำคัญแล้ว ยังมีส่วนอื่นๆ ที่ทำงานร่วมกันอยู่ภายใน ซึ่งได้รวมระบบประมวลผลสัญญาณ WiFi, Bluetooth ทำงานเชื่อมต่ออุปกรณ์ไร้สาย เช่นเดียวกับติดตั้งระบบในการระบุพกัดตำแหน่งบนแผนที่นำทาง (Navigation) ติดตั้งมาเป็นความสามารถพื้นฐาน พร้อมกับระบบการควบคุมฮาร์ดแวร์ประมวลผลส่วนต่างๆ หน้าจอ เสียงหรือกล้อง ฮาร์ดแวร์ลักษณะจึงมีชื่อว่า System-on-Chip (SoC) โดยรวมเอาแง่องค์ประกอบของเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามารวมไว้ด้วยกันเป็นระบบชุดเดียว (ผู้ผลิตเจ้าอื่นอาจจะมีการแนวทางการออกแบบ SoC ที่เหมือนหรือแตกต่างกันออกไปก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายหรือโฟกัสการทำตลาด)

และนอกจากปัจจัยข้อได้เปรียบข้างต้นที่เหนือกว่าคู่แข่งขันรายอื่นๆ ในตลาดช่วงเวลานั้นแล้ว จุดพลิกวงการแจ้งเกิดของ Snapdragon ซึ่งสำคัญที่สุดเลยก็คือ ชุดฮาร์ดแวร์ประมวลผลสัญญาณโทรศัพท์ (Modem Baseband) ติดตั้งมาในตัวของ SoC ซึ่งรองรับการใช้งานเครือข่ายอินเตอร์เนต 4G LTE เป็นเจ้าแรกของตลาด โดยบริษัทลงทุนวิจัยและพัฒนาด้านระบบโทรคมนาคมมาอย่างต่อเนื่องทำให้มีความสามารถที่ก้าวหน้าดังกล่าว และชิงความได้เปรียบก่อนผู้ออกแบบผลิตรายอื่นๆ ช่วงนั้นถือว่าเป็นเทคโนโลยีจุดขายที่สร้างความแตกต่างในตลาดทำให้ชิปเซ็ต Snapdragon S4 ช่วงแรกมีความต้องการมากจนไม่สามารถผลิตได้เพียงพอกับยอดคำสั่งซื้อ ด้านโรงงานและสายการผลิตเองก็พึ่งจะเริ่มกระบวนการผลิตที่ขนาด 28 นาโนเมตรได้ไม่นาน จึงทำให้เมื่อปี 2012 เกิดโกลาหลสินค้าขาดตลาดไปร่วมครึ่งปีก่อนที่จะเริ่มตั้งหลักได้ในช่วงปลายปี และต่อมาการรวมชิปเซ็ต Baseband เข้าไว้ด้วยกันใน System-on-Chip นี้กลายเป็นพิมพ์เขียวสำคัญที่ผู้ออกแบบผลิตรายอื่นพยายามเดินตามรอยความสำเร็จของ Qualcomm

snapdragon 805

ในอีกแง่มุมหนึ่งของ Snapdragon 805

สำหรับพระเอกของบทความนี้ Snapdragon 805 ที่กำลังมีคิวพร้อมทำตลาดในรอบครึ่งหลังของปี 2014 ผู้ผลิตบางรายก็เปิดตัวหรือเริ่มทยอยจัดส่งเอกสารรับรองให้กับหน่วยงานที่กำกับดูแลกันบ้างแล้ว ในทุกๆ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ย่อมมีจุดเด่นที่ถูกหยิบยกนำมาพูดถึงเพื่อสร้างความสนใจกันเป็นเรื่องปรกติ แต่ MXTalk จะพาไปดูในอีกแง่มุมหนึ่งที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการตัดสินใจในภาพรวมสำหรับผู้ที่สนใจติดตามไม่ว่าจะเป็นการซื้อเครื่องใหม่หรือพัฒนาการในแต่ละก้าวเทคโนโลยี โดยเฉพาะข้อได้เปรียบและประเด็นที่น่าสังเกตุของชิปเซ็ตรุ่นล่าสุดจาก Qualcomm

คุณสมบัติเด่นในภาพรวมของ Snapdragon 805 โดยสรุป
๐ สถาปัตยกรรมการประมวลผล Krait 450 แบบ Quad-core 2.7GHz
๐ ชุดประมวลผลกราฟฟิค Adreno 420 สนับสนุนการใช้งาน Direct3D 11.2
๐ รองรับการเชื่อมต่อเครือข่ายอินเตอร์เนต 4G LTE (Cat 6 / 300Mbps)
๐ ฮาร์ดแวร์ Modem Baseband ใช้กระบวนการผลิต 20 นาโนเมตร
๐ มีชุดประมวลผล H.265 HEVC การถอดรหัสวีดีโอ (Decode) 4K UHD ในตัว
๐ ระบบช่องส่งผ่านข้อมูล Memory Bandwidth ขนาดใหญ่ 25.6GB/s
๐ สนับสนุนการประมวลผลเสียง Dolby Atmos
๐ ระบบ WiFi 802.11ac ที่ดียิ่งขึ้น เสาอากาศแบบ 2×2 MU-MIMO

พัฒนาการเทคโนโลยีที่น่าสนใจสุดของแพ็คเกจฮาร์ดแวร์ Snapdragon 805 อาจจะเป็นการนำชุดประมวลผลกราฟฟิคตัวใหม่อย่าง Adreno 420 ที่ออกแบบมาให้ทำงานรองรับเหมาะสำหรับการประมวลผลหน้าจอความละเอียดระดับ Quad HD มาใช้งานเป็นครั้งแรก และยังมีจุดเด่นที่สามารถทำงานร่วมกับชุดคำสั่ง Direct3D 11.2 ได้ซึ่งจะเพิ่มมิติประสบการณ์การเล่นเกมส์บนมือถือได้ดียิ่งขึ้น ด้านแกนประมวลผลหลัก Krait 450 เป็นฮาร์ดแวร์รุ่นที่ 4 ของตระกูล Krait ซึ่งนำพื้นฐานแกนประมวลผล ARM Cortex-A9 มาปรับแต่งการทำงานให้มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับ Cortex-A15 แต่มีความลงตัวและได้เปรียบที่สามารถรักษาระดับการบริโภคพลังงานได้น่าพอใจกว่า โดยต่อยอดมาจาก Krait 400 ที่ใช้งานกับ Snapdragon 800 ประสิทธิภาพเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเล็กน้อยสามารถทำความเร็วสัญญาณนาฬิกาได้สูงสุด 2.7GHz ต่อหนึ่งแกนประมวลผล ในขณะที่รุ่นที่ผ่านมานั้นทำได้ตั้งแต่ 2.2GHz ไปสูงสุดถึง 2.5GHz เท่านั้น

Snapdragon 805 x2

จุดเด่นอีกประการหนึ่งของ Snapdragon 805 นี้คือรองรับการใช้งานเครือข่ายอินเตอร์เนตไร้สาย 4G LTE-Advanced ที่ความเร็วสูงในทางทฤษฏีมากถึง 300Mbps หรือ Category 6 ซึ่งมาพร้อมกับฮาร์ดแวร์ Modem Baseband ตัวใหม่ล่าสุดของ Qualcomm ที่ใช้เทคโนโลยีกระบวนการผลิตขนาด 20 นาโนเมตรเป็นครั้งแรก ต่อมาอีกอย่างคือ ชุดฮาร์ดแวร์ H.265 สำหรับถอดรหัสวีดีโอ 4K UHD ที่ติดตั้งมาสำหรับแบ่งเบาภาระการประมวลผลหลัก เป็นข้อได้เปรียบเล็กๆ ที่เหนือกว่า Snapdragon 800/801 ซึ่งแม้ว่ามีขุมพลังมากเพียงพอในเล่นวีดีโอความละเอียดสูงได้เช่นเดียวกันแต่ทาง CPU ส่วนกลางก็ต้องรีดพลังทำงานเยอะกว่า สุดท้ายการประมวลผลเสียงที่สนับสนุนระบบเสียง DTS-HD ในปีผ่านมา ด้วยการร่วมมือกับ Dolby สร้างประสบการณ์ใช้งานด้วยการจำลองระบบ Atmos มาทำงานบนมือถือที่ใช้งานชิปเซ็ตรุ่นล่าสุดนี้ด้วยเช่นกัน

เมื่อข้างต้นพูดถึงพัฒนาการแล้วแต่ก็ต้องไม่ลืมว่าเรื่องทุกอย่างมีสองด้านหรือมากกว่าเสมอ การหยิบยกประเด็นอีกด้านที่น่าสังเกตุของชิปเซ็ตตัวล่าสุดนี้นอกจากประเด็นของคุณสมบัติประสิทธิภาพที่ดีขึ้นแล้ว ก็มักจะเป็นเรื่องที่ผู้บริโภคหลายๆ คนอาจจะละเลยมองข้ามไป โดยรวมแล้วก็ไม่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นจุดบอดซะทีเดียว อย่างที่แนะนำไปแล้วในข้างต้นซึ่งช่วงที่ผ่านมา Qualcomm จะเป็นผู้ผลิตรายเดียวในตลาดที่มีเทคโนโลยี Modem Baseband ก้าวหน้าและรวมเป็นชุดเดียวกับชิปเซ็ตมาตลอด แต่ก็ไม่ใช่ว่ารูปแบบดังกล่าวจะมีใช้งานกับหน่วยประมวลผลทุกๆ ตัว เนื่องจาก Snapdragon 805 เป็นเพียงแค่ฮาร์ดแวร์ประมวลผลเพียงอย่างเดียว จึงจำเป็นต้องมีใช้ชุดฮาร์ดแวร์โมเด็มภายนอกสำหรับการเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเตอร์เนต ซึ่งทำให้ต้องแบ่งการออกแบบชิ้นส่วนภายในออกเป็นสองชุดเหมือนกับผู้ออกแบบผลิตชิปเซ็ตรายอื่นๆ เพื่อให้ตอบสนองกับตลาดที่ต้องการใช้งานอินเตอร์เนตความเร็วสูง แต่กรณีเช่นนี้ก็ต้องบอกว่าก็ไม่ใช่ครั้งแรกแต่อย่างใด

snapdragon x

ประเด็นต่อมาชิปเซ็ตตัวนี้จะทำตลาดในช่วงรอยต่อระหว่างที่อุตสาหกรรมโทรศัพท์กำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคการประมวลผลด้วยชุดคำสั่งแบบ 64 บิต (ARMv8) แม้ว่า Google ผู้พัฒนาแฟลตฟอร์ม Android จะประกาศสนับสนุนย้อนหลังให้กับฮาร์ดแวร์รุ่นเก่าไปอีกชั่วระยะเวลาหนึ่งเมื่องาน I/O 2014 ที่ผ่านมา เช่นเดียวกันในแง่ของกระบวนการผลิตชิปเซ็ตที่กำลังจะเปลี่ยนผ่านไปยังเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ายิ่งขึ้น ก็ถือได้ว่าเป็นจังหวะส่งท้ายก้าวสั่งลาของการประมวลผลแบบ 32 บิต และขนาดเทคโนโลยีการผลิตขนาด 28 นาโนเมตร ไปพร้อมๆ กันทั้งสองอย่าง ก็ทำให้เชื่อได้ว่าอาจจะต้องคิดเพิ่มขึ้นหากเป็นคนที่สนใจเทคโนโลยีใหม่ๆ แต่ก็ไม่อยากเปลี่ยนเครื่องอุปกรณ์บ่อย เราคิดว่าน้อยคนที่จะอยากลงทุนกับเทคโนโลยีที่อยู่ในช่วงรอยต่อของรอบการผลัดใบเช่นนี้ นอกเสียจากว่าจำเป็นจริงๆ ไม่อยากรอแล้วถึงต้องเปลี่ยนหรือสนใจนำมาทดลองใช้งานก็นับเป็นอีกประเด็นหนึ่ง

สุดท้ายแล้วแม้ว่าฮาร์ดแวร์จะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นแต่ก็ต้องไม่ลืมคำนึงด้วยว่า แรงก็จริงอยู่แต่ต้องอย่าลืมคำนึงว่ายังไม่มีคอนเทนต์แพคเกจข้อมูลที่จะออกมาใช้งานรีดประสิทธิภาพต่างๆ ของฮาร์ดแวร์ตัวล่าสุดนี้ได้อย่างเต็มความสามารถนัก และเมื่อมีคอนเทนต์ความละเอียดสูงตามออกมา ไม่ว่าจะเป็นวีดีโอภาพยนตร์ เพลง แอปพลิเคชั่น และ เกมส์ ก็จะจำเป็นที่ผู้ใช้งานต้องพิจารณาลงทุนเนื้อหาต่างๆ เหล่านี้ซึ่งมีราคาที่อาจจะแพงกว่า เช่นเดียวกับเครื่องโทรศัพท์ที่มีหน่วยความจำขนาดใหญ่หรือเม็มโมรี่การ์ดที่มีขนาดความจุสูง ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่จะเกิดตามมาอีกด้วย และนอกจากนั้นสำหรับผู้ใช้งานกลุ่มที่ไม่ได้ซีเรียสมากนักก็จะเห็นว่าฮาร์ดแวร์ในตลาดปัจจุบันก็มีประสิทธิภาพที่เกินพอสำหรับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันอยู่แล้วด้วย

สำหรับบทความวันนี้เปิดตัวเกริ่นนำพูดถึง Snapdragon 805 ก็ค่อนข้างใช้พื้นที่ไปพอสมควรแล้ว แต่ในบทความซีรีส์ปราบพยศมังกรน้อยในสัปดาห์ถัดๆ ไปก็จะนำเสนอข้อมูลประกอบด้านอื่นที่น่าสนใจเกี่ยวกับหน่วยประมวลผลชื่อดังนี้เพิ่มเติม แล้วพบกันใหม่ครับ….

About Author

iSkyline

iSkyline

Partners