จิบโกโก้เล่าให้ฟัง ที่มา Samsung Galaxy S6 จากปากหัวหน้าผู้ออกแบบตัวจริงเสียงจริงจากแดนกิมจิ

โดย Bluecosmos | 7 เมษายน 2558 เมื่อ 20:18 น. | อ่าน 102

GalaxyS6design018เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมาทางทีมงาน mxphone ได้โอกาสบินไปร่วมทริป Samsung Galaxy S6 World Tour 2015 ณ ประเทศสิงคโปร์ เพื่อเข้าร่วมงานเปิดตัว Samsung Galaxy S6 และ Galaxy S6 edge อย่างเป็นทางการในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งงานนี้เองถือว่าเป็นงานที่สำคัญและทางทีมงานให้ความสำคัญมาก เพราะว่างานนี้ทาง Samsung ได้เชิญตัวผู้ออกแบบ 2 เครื่องเรือธงอย่าง Samsung Galaxy S6 และ Galaxy S6 edge เข้ามานั่งจับเข่าคุยแบบไม่มีกั๊ก และต่อจากนี้ผมขออาสาเล่าส่งต่อข้อความให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆได้เข้าใจถึง ที่มาที่ไปของการออกแบบเจ้าเรือธงของ Samsung ในปี 2015 นี้แบบเต็มๆครับ

GalaxyS6design027Samsung Galaxy S6 และ Galaxy S6 edge มีหัวหน้าทีมออกแบบนำโดยคุณ Hong Yeo ดำรงตำแหน่ง Senior Designer ของ Samsung Electronics ส่วน Mobile Communications ผมพบกับเค้าตัวเป็นๆ แอบฟังประวัติแล้วตกใจเล็กน้อย เพราะก่อนที่เขาจะเข้ามาจอยกับ Samsung เขาเคยเป็นหนึ่งในผู้ออกแบบยานยนต์จากแดนอังกฤษนามว่า McLaren มาก่อน แล้วมือถือเครื่องนี้นี่จะเหมือนรถไหมนะ?

GalaxyS6design001Hine Yeo เล่าว่าในปี 2015 นี้เองเทรนด์ของการออกแบบ Smartphone เริ่มเข้าสู่ทิศทางของความเรียบง่าย (Minimalist) ผสมผสานเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่และวัสดุที่แข็งแรงและสวยงามยิ่งขึ้น Samsung Galaxy S6 และ S6 edge ถูกตั้งเป้าหมายในแง่การออกแบบไว้ว่ามันเป็น dream phone หรือสุดยอดอุปกรณ์ในฝันทำนองนั้น ทั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานใช้งานมันเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามยุคสมัย โดย Project นี้ถูกตั้งชื่อว่า Project Zero เพื่อสื่อว่าเราเริ่มต้นใหม่ไม่ใช่ต่อยอดจากของเดิม

GalaxyS6design004เริ่มทำการวิจัยกับตลาดเพื่อสำรวจความต้องการของผู้บริโภค เริ่มรับฟังความเห็นจากผู้บริโภคในแง่การออกแบบสิ่งใหม่ๆและจุดบกพร่องของรุ่นเดิม หลังจากนั้นช่วงแรกเขาออกแบบด้วยวิธีการร่างมือด้วยดินสอ เหมือนหลักการทั่วไป พร้อมกับหาวัสดุและชิ้นส่วนต่างๆเข้ามาประกอบกับการออกแบบ เพื่อให้มันเข้ากัน ซึ่งใช้ความเอาใจใส่เป็นอย่างมากเนื่องจากเป็นจุดเริ่มต้นและสินค้าชนิดนี้ต้องอยู่ในมือของผู้บริโภคทุกวัน จะทำอย่างไรให้มันออกมามีเอกลักษณ์ โดดเด่นและดีที่สุด

GalaxyS6design006Samsung Galaxy S6 และ S6 edge เป็นการออกแบบใหม่ที่เน้นในเรื่องของความหรูหราโดดเด่นและแน่นอนใช้งานมือเดียวได้สบาย บวกกับความบางที่มากกว่ารุ่นก่อน งานวัสดุของ Galaxy S6 และ Galaxy S6 edge เลยออกมาเป็นกระจกประกอบกับ Metal frame โดยที่ตัวกระจกนั้นใช้เป็น Gorilla Glass 4 (ใหม่ล่าสุดไม่มีใครเคยใช้มาก่อน) ทั้งหน้าและหลัง เพื่อให้ผู้ใช้งานรู้สึกถึงความหรูหราของเครื่องผ่านกระจก ซึ่งกระจกหน้าของ Galaxy S6 edge นั้นเป็น curved glass (กระจกโค้ง) 2.5D (ทำมุม 2.5 องศา) เพื่อให้จับถือสบายง่ายต่อการใช้งาน แต่ที่เป็นไฮไลท์ก็คือกระจกหลังนั้นมีการใช้เทคโนโลยี CMF solution เพื่อใส่ชั้นฟิลม์ micro optic layer (ใช้ในอุตสาหกรรมโทรทัศน์สมัยใหม่ เอาไว้เพิ่มความคมชัดของสี) เข้าไปอีกชั้นเพื่อทำให้เกิดการสะท้อนของแสงในแต่ละมุม จะทำให้สีของเครื่องแตกต่างกันออกไป เช่น เครื่องสีดำ แต่หากมองในบางมุมที่แสงตกกระทบจะกลายเป็นสีน้ำเงินเข้มนั่นเอง ซึ่งความสามารถนี้เรียกว่า Dynamic Reflective Surface

GalaxyS6design015 GalaxyS6design011 GalaxyS6design012ส่วนของ Metal frame นั้นเป็นอลูมิเนียมเบอร์ 6013 เป็นวัสดุเดียวกันที่ใช้งานกับอากาศยานและจักรยานเสือภูเขา และสำหรับ Galaxy S6 edge นั้นขอบโค้งต้องที่ทำมุมได้พอดีขนาดนั้นเนื่องจากการหลอมละลายในเตาอบอุณหภูมิ 800 องศา ทุกชิ้น ในเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ขนาดมุมที่พอดี

GalaxyS6design021ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือเรื่องของสีสันของเครื่องที่เปิดตัวมาหลากสีเหลือเกิน โดย Samsung Galaxy S6 และ Galaxy S6 edge นั้นมีสีมากถึง 5 สี ซึ่งคุณ Hong Yeo ได้เล่าถึงที่มาที่ไปของแต่ละสีให้ได้ฟังกันด้วยครับ

GalaxyS6design019 GalaxyS6design016 GalaxyS6design020สีแรกกับสีดำหรือที่ภาษาอังกฤษเต็มๆเรียกว่า Black Sapphire ที่เวลาแสงส่องลงมาตกกระทบจะเห็นตัวเครื่องกลายเป็นสีน้ำเงินเข้ม สวยงามโดดเด่น

GalaxyS6design010 GalaxyS6design009สีทองหรือ Gold Platinum ซึ่งไม่ใช่แค่สีทองเพราะได้นำสีเงินเข้ามาผสมนิดหน่อย ให้รู้สึกถึงความพรีเมี่ยมและหรูหรามากกว่าสีทองธรรมดาๆ ซึ่งแตกต่างจากสีทองของ Galaxy S5

GalaxyS6design029 GalaxyS6design030สีขาวหรือ White Pearl มองแล้วเป็นสีขาวที่ดูสว่างและขาวสะอาด

GalaxyS6design023 GalaxyS6design022สีเขียวหรือ Green Emerald ที่มีเฉพาะแค่บน Galaxy S6 edge เท่านั้น (ใครจะซื้อ Galaxy S6 ธรรมดาไม่มีนะครับ) ถือเป็นสีที่คุณ Hone Yeo ชื่นชอบมากที่สุด บวกกับการใส่ความสามารถ Dynamic Reflective Surface แล้วทำให้แสงที่สะท้อนกับสีเขียวชนิดนี้ดูสวยงาม สดใส ดูหรูหราพรีเมี่ยมไม่เหมือนใคร

GalaxyS6design025 GalaxyS6design024สีฟ้าหรือ Blue Topaz ที่มีเฉพาะแค่บน Galaxy S6 เท่านั้น (ใครจะซื้อ Galaxy S6 edge ไม่มีนะครับ) โดยเป็นสีที่สวยสดใสและแน่นอนว่าแตกต่างไม่เหมือนใคร

GalaxyS6design031นอกจากออกแบบตัวเครื่องแล้วทีมของคุณ Hong Yeo รับหน้าที่ออกแบบหน้าตา UX ใหม่ของตัวเครื่องด้วย (TouchWiz) ซึ่งหน้าที่ของเค้าคือต้องทำงานร่วมกับนักพัฒนาเพื่อให้รูปแบบของตัวเครื่องไปในทิศทางเดียวกันกับ UX แบบใหม่ เพื่อให้ตอบโทย์กับผู้บริโภคมากขึ้น เพื่อการนี้พวกเขาจึงถอดความสามารถที่ไม่จำเป็นออกไปจากรุ่นก่อนประมาณ 40% เลยทีเดียว เพื่อให้เครื่องดูมีประสิทธิภาพและมีการเข้าถึงที่ง่ายขึ้น

GalaxyS6design028การออกแบบเครื่องที่เป็นหน้าจอแบบโค้งของ Samsung Galaxy S6 edge แน่นอนว่าจำเป็นต้องใส่ความสามารถบางอย่างเพิ่มเข้าไป นั่นเรียกว่า People UX ที่ทำให้คุณสามารถเพิ่มเพื่อนหรือคนสนิทได้ 5 คนจากการลากมุมหน้าจอเข้ามา จากนั้นเวลาคุณวางเครื่องคว่ำเอาไว้ ถ้ามีใครใน 5 คนนั้นโทรเข้ามาก็จะมีการแสดงแสงสีตามที่รายชื่อนั้นได้ถูกกำหนดไว้ ซึ่งถ้าไม่รับสายคุณสามารถแตะที่ Heart rate sensor เพื่อวางสายและระบบจะส่ง SMS กลับไปที่ผู้โทรทั้นทีว่าเราไม่สะดวกรับสาย (สามารถตั้งค่าเองได้)
GalaxyS6design003 GalaxyS6design017สุดท้ายคุณ Hone Yeo ได้พูดถึงการออกแบบอุปกรณ์ป้องกัน ตัวเครื่องอย่างเคสกันรอย ที่ทาง Samsung ออกแบบเอง โดยแบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ Clear view cover case กับ Clear case โดย Clear view cover case ถูกออกแบบสำหรับ Galaxy S6 edge ซึ่งจะมีสีตามตัวเครื่องและจะมีหน้าจอแสดงผลออกมาให้ด้านหน้า เห็นเวลา คนโทรเข้า แต่น่าเสียดายที่ม่สามารถใช้รับสายโทรศัพทืได้ ต้องเปิดออกและรับเท่านั้น ส่วน Clear case เป็นเคสใสธรรมดาแต่ มีโทนสีตามเครื่องเข้ามาด้วยครับ

ยังยังยังไม่จบครับขอทิ้งท้ายอีกนิดกับคำถามเพิ่มเติมจากผู้เข้าร่วมฟังในครั้งนี้

Q: ทำไมการออกแบบตัวเครื่องถึงเปลี่ยนไปจาก Galaxy S5 อย่างมากโดยเฉพาะเรื่องของวัสดุ

A: การออกแบบเครื่อง Samsung Galaxy S6 และ Galaxy S6 edge ถูกออกแบบในระยะเวลาที่เหมาะสม ทั้งเรื่องของเทคโนโลยีทางด้านตัวเครื่องและวัสดุผสมผสานมันเข้าด้วยกัน

Q: Samsung Galaxy S6 และ Galaxy S6 edge ตัดความสามารถเดิมๆที่ Galaxy S Series ทั้งหลายมี อย่างการเพิ่มหน่วยความจำภายนอก microSD card และการเปิดฝาหลังเพื่อถอดแบตเตอรี่ ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น?

A: การออกแบบของเราเน้นในเรื่องของความพรีเมี่ยมและหรุหรามากขึ้น ดังนั้นการตัดบางอย่างออกเพื่อทำให้เครื่องดูโดดเด่นในแง่ของการออกแบบมากขึ้น แต่แน่นอนนั่นก็ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีของเครื่องด้วยว่ามีความพร้อมากแค่ไหน

Q: หน้าจอของเครื่องที่มาในขนาด 5.1 นิ้วนั้นจะถือว่าเป็นเทรนด์ที่มาในปี 2015?

A: การออกแบบของเราไม่ได้ดูที่เรื่องขนาดหน้าจอเป็นหลัก แต่ดูที่เรื่องของการใช้งานในชีวิตประจำวันมากกว่า โดยเน้นในเรื่องการใช้งานมือเดียวได้เป็นหลัก

Q: การออกแบบเครื่อง Samsung Galaxy S6 และ Galaxy S6 edge จะถือเป็นแบบอย่างของรุ่นต่อๆไปในปีนี้ไหม?

A: การออกแบบแต่ละเครื่องของเราดูจังหวะเวลา เราไม่สามารถบอกได้ว่าเวลาไหนคือเวลาที่เหมาะสมกับอะไร ต้องรอให้ถึงจุดๆนั้นก่อน

Q: กระบวนการการออกแบบของเครื่องได้ผ่านการออกแบบก่อนแล้วส่งผ่านให้ Engineer ออกแบบระบบภายใน หรือมีกระบวนการอย่างไร?

A: กระบวนการการออกแบบของเราทำงานไปควบคู่กันกับ Engineer อย่างการออกแบบเครื่องให้โค้ง เราก็คุยกันเรื่องของการทำให้ขนาดความโค้งมีขนาดที่พอดีกันกับ Engineer

Q: กล้องหลังของเครื่องนูนออกมามากๆ มันเป็นข้อจำกัด? หรือมีวิธีการป้องกันอย่างไรให้มันไม่เกิดรอยขีดข่วน?

A: มันเป็นข้อจำกัดระหว่างการออกแบบและเทคโนโลยี ขนาดเซนเซอร์กล้อง 16 ล้านพิกเซลมีขนาดใหญ่มาก ซึ่งตรงนี้เราเป็นกังวลเหมือนกัน แต่คุณจะลืมมันหากได้พบกับประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมของมัน

GalaxyS6design002GalaxyS6design0052 คำถามหลังผมเป็นคนถามเอง ซึ่งก็ได้รับคำตอบอย่างชัดเจนครับ งานนี้ต้องขอบคุณคุณ Hong Yeo เป็น อย่างมากสำหรับการตอบคำถามอันค้างคาใจผมเป็นอย่างดีไม่มีกั๊กครับ สุดท้ายจริงๆของ Galaxy S6 และ Galaxy S6 edge ก็อย่างให้ทุกท่านไปลองจับกันครับปัจจุบันที่ Samsung Shop หลายแห่งน่าจะเริ่มมีให้จับกันแล้วครับ

ปล. ที่จิบโกโก้เพราะว่าผู้เขียนไม่ทานกาแฟครับ

 

About Author

Bluecosmos

Bluecosmos

Partners