​[Review] Samsung Galaxy Tab S2 ที่สุดของแท็บเล็ตในฝั่งแอนดรอยด์

โดย nookzz | 7 กันยายน 2558 เมื่อ 20:22 น. | อ่าน 329

tab-s2-003นับเป็นรุ่นที่ 2 ต่อยอดมาจากสินค้าในตระกูล Tab S ของทางซัมซุง ที่วางตัวให้เป็นแท็บเล็ตระดับพรีเมียม เน้นความสะดวกในการพกพาด้วยความบางตัวเครื่องที่ 5.6 มิลลิเมตร และน้ำหนักไม่ถึง 300 กรัมในรุ่นจอ 8 นิ้ว และ ไม่ถึง 400 กรัมในรุ่นจอ 9.7 นิ้ว

นอกเหนือไปจากนั้น ภายในยังอัดเต็มไปด้วยประสิทธิภาพในการใช้งานทั้งซีพียูแบบ Octa-Core ให้ RAM มาถึง 3 GB และพื้นที่เก็บข้อมูล 32 GB ไม่นับรวมกับการที่สามารถใส่ MicroSD เพิ่มได้อีก ขณะที่ในแง่ของการเชื่อมต่อก็รองรับ 4G ด้วย โดยสเปคเครื่องของ Tab S2 ประกอบไปด้วย

– หน้าจอ : Super AMOLED 8 / 9.7 นิ้ว QXGA
– ซีพียู Exynos 5433 Octa-core 1.9 GHz (QuadCore 1.9GHz / 1.3GHz)
– RAM 3GB ROM 32 GB / MicroSD 128GB
– กล้องหลัง : 8 ล้านพิกเซล F/1.9
– กล้องหน้า : 2.1 ล้านพิกเซล
– การเชื่อมต่อ 4G / WiFi 802.11 ac / GPS / GLONASS / Bluetooth 4.1 BLE
– มีระบบสแกนลายนิ้วมือผู้ใช้งานแบบสัมผัส
– แบตเตอรี่ : 4,000 mAh / 5,870 mAh
– น้ำหนัก : 8 นิ้ว หนัก 272 กรัม และ 9.7 นิ้ว หนัก 389 กรัม บาง 5.6 มิลลิเมตร
– ระบบปฏิบัติการ Android 5.0 Lollipop

tab-s2-001

เมื่อดูจากสเปคคร่าวๆแล้วต้องยอมรับว่า ถือเป็นแท็บเล็ตที่มีประสิทธิภาพเพียงพอกับการใช้งานทุกชนิดในท้องตลาด เพราะถ้ามองในแง่ของการประมวลผลซีพียูรุ่นดังกล่าวสามารถใช้งานหนักๆได้สบาย การที่ใส่ RAM มาให้ถึง 3GB ย่อมทำให้เครื่องลื่นไหลรองรับการใช้งานแบบมัลติเทสกิ้ง

tab-s2-004

ขณะที่ในมุมของการออกแบบดีไซน์ตัวเครื่องจะยังอยู่ในแนวคิดเดียวกับสินค้าในตระกูล Galaxy Note 4 รวมถึงสมาร์ทโฟนในตระกูล A ซีรีส์ ที่เน้นการใช้อะลูมิเนียมรอบตัวเครื่อง แสดงถึงความแข็งแรงของตัวเครื่อง แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมากับฝาหลังที่เป็นพลาสติกเพื่อช่วยให้ตัวเครื่องมีความเบา ง่ายต่อการถือใช้งานในระยะยาว

tab-s2-009

โดย Galaxy Tab S2 ที่วางจำหน่ายในประเทศไทยจะมีด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่นคือ รุ่นจอ 8 นิ้ว มีขนาด 198.6 x 134.8 x 5.6 มิลลิเมตร น้ำหนัก 272 กรัม และรุ่นจอ 9.7 นิ้ว ขนาด 237.3 x 169 x 5.6 มิลลิเมตร น้ำหนัก 389 กรัม วางจำหน่ายด้วยกัน 2 สีคือ สีทอง และสีขาว

tab-s2-008

ด้านหน้าตัวแท็บเล็ตจะมากับหน้าจอตามแต่ละรุ่นคือ 8 นิ้ว และ 9.7 นิ้ว โดยมีความละเอียดเท่ากันที่ QXGA 2048 x 1536 พิกเซล แน่นอนว่ามากับจอ SuperAMOLED ที่ซัมซุงระบุว่าสามารถรับชุดสี Adobe RGB ได้ 94% เมื่อเทียบกับจอ LCD ปกติจะอยู่ที่ 73% ที่สำคัญคือให้ความแตกต่างระหว่างสีดำ-ขาวสูงถึง 100,000 : 1

tab-s2-012 tab-s2-013

โดยในรุ่น 8 นิ้ว ส่วนบนจอจะมีช่องลำโพงสนทนาสำหรับใช้งานเป็นโทรศัพท์ ร่วมกับเซ็นเซอร์วัดแสง ตรวจจับใบหน้า และกล้องหน้าความละเอียด 2.1 ล้านพิกเซล โดยมีโลโก้ซัมซุงอยู่ตรงกลางระหว่างหน้าจอกับลำโพง

tab-s2-043

ส่วนในรุ่นจอ 9.7 นิ้ว ส่วนบนหน้าจอจะไม่มีลำโพงสนทนา จะเหลือเพียงโลโก้ซัมซุง เซ็นเซอร์ตรวจวัดแสง และกล้องหน้าความละเอียด 2.1 ล้านพิกเซล ส่วนล่างหน้าจอทั้ง 2 รุ่น จะมีปุ่ม Recent Apps ปุ่มโฮม (ใช้สแกนลายนิ้วมือ) และปุ่มย้อนกลับ

tab-s2-024 tab-s2-025 tab-s2-030 tab-s2-031

ด้านหลัง จะมีกล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ไม่มีไฟแฟลช โดยจะนูนขึ้นมาจากตัวเครื่องเล็กน้อย (ตัวรุ่น 9.7 นิ้วจะนูนน้อยกว่า) ถัดลงมาเป็นสัญลักษณ์ซัมซุง และข้อมูลมาตรฐานต่างๆ โดยมีจุดสำหรับยึดกับเคสอยู่ทางฝั่งขวา

tab-s2-019 tab-s2-022 tab-s2-015 tab-s2-016

ปุ่มควบคุมต่างๆอย่าง ปุ่มปรับเพิ่มลดเสียง และปุ่มเปิดเครื่องจะอยู่ทางขวา เช่นเดียวกับช่องใส่นาโนซิมการ์ด และ MicroSD ที่อยู่ในฝั่งนี้เช่นเดียวกัน เพียงแต่จะต้องใช้เข็มจิ้มเพื่อดึงถาดใส่ออกมาก่อน ส่วนช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. และพอร์ต Micro USB จะอยู่ล่างเครื่อง โดยมีช่องลำโพงสเตอริโอขนาบอยู่

tab-s2-035 tab-s2-014

ภายในของ Galaxy Tab S2 รุ่น 8 นิ้ว จะมากับแบตเตอรีขนาด 4,000 mAh ส่วนรุ่น 9.7 นิ้ว แบตเตอรีจะอยู่ที่ 5,870 mAh โดยไม่สามารถถอดเปลี่ยนแบตได้ด้วยตนเอง และข้อดีของการที่ฝาหลังเป็นพลาสติกแบบด้านนิดๆทำให้เมื่อถือใช้งานแล้วจะไม่เป็นรอยนิ้วมือด้วย

Screenshot_2015-09-04-17-33-35 Screenshot_2015-09-04-17-33-41

ตัวซอฟต์แวร์ที่ให้มาเป็นระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 5.0.2 โดยซัมซุงยังคงใช้อินเตอร์เฟสแบบ TouchWiz เช่นเดิม เพียงแต่ว่าด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นมาเป็นแท็บเล็ต ทำให้ขนาดของไอค่อนใหญ่ตามขึ้นมาด้วย เลยง่ายต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น

Screenshot_2015-09-04-17-33-58

ในส่วนของแถบการแจ้งเตือนก็จะมีการนำการตั้งค่าลัดต่างๆมาใส่ไว้ ให้ง่ายต่อการปรับใช้งาน รวมถึงการปรับความสว่างหน้าจอ การค้นหาข้อมูลในเครื่องผ่าน S Finder และการติดต่อผู้อื่นผ่าน Quick Connect

tab-s2-021

โดยในส่วนของการล็อกหน้าจอ Tab S2 มาพร้อมกับฟังก์ชันอย่าง Finger Print หรือระบบสแกนลายนิ้วมือ ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้ลายนิ้วมือในการปลดล็อกหน้าจอได้ทันที หรือถ้าไม่ชอบก็สามารถใช้การใส่รหัส ลาก Pattern ตามแบบเดิมได้เช่นกัน โดยการแสดงผลในการจอล็อกผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะให้แสดงข้อมูลการแจ้งเตือนต่างๆด้วยหรือไม่

Screenshot_2015-09-04-17-50-37 Screenshot_2015-09-04-17-50-43

การใช้งาน Split Screen ยังสามารถแบ่งครึ่งหน้าจอทำงานไปพร้อมๆกันได้เหมือนเดิม โดยผู้ใช้สามารถเข้าถึงได้ด้วยการกดปุ่ม Recent Apps ค้าง และเลือกแอปที่ต้องการเปิดคู่กันไป โดยสามารถใช้งานได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้

tab-s2-011

จุดเด่นอีกอย่างที่มีการเพิ่มขึ้นมาใน Tab S2 คงหนีไม่พ้นเรื่องของกล้องหลัก ที่เพิ่มความละเอียดขึ้นมาเป็น 8 ล้านพิกเซล พร้อมใส่โหมดถ่ายภาพมาให้เหมือนกับกล้องในตระกูล S6 และ A8 ทำให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพได้ง่ายมากยิ่งขึ้น รวมถึงการมีโหมดอย่าง Palm Selfie มาให้ใช้งานด้วย ขณะที่การบันทึกวิดีโอ ตัวกล้องสามารถบันทึกได้ในระดับ QHD 2560 x 1440 พิกเซล 30 fps

แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่มีแฟลชมาให้ใช้งานด้วย เช่นเดียวกับกล้องหน้าที่ให้ความละเอียดมาที่ 2.1 ล้านพิกเซล ดังนั้นอาจจะไม่เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการถ่าย Selfie แล้วต้องการภาพชัดๆ แต่ทั้งนี้ผู้หญิงหลายๆ ท่านอาจจะมองว่ากล้องความละเอียดเท่านี้ดีแล้ว จะได้ไม่ชัดเกินไปก็ได้

tab-s2-046

ส่วนฟีเจอร์ที่เหลือของ Tab S2 ก็จะเป็นในมุมของการใช้งานแท็บเล็ตทั่วๆไป เพียงแต่ Tab S2 จะมีข้อได้เปรียบในตลาดมากกว่ารุ่นอื่นๆคือเรื่องของจอแสดงผล ที่ยังคงสัดส่วนแบบ 4:3 ไว้ ทำให้กรณีที่ใช้อ่านอีบุ๊ก หรือเปิดหนังสืออ่านจะได้สัดส่วนที่เหมาะสมพอดี และจากการที่หน้าจอเป็นแบบ SuperAMOLED ทำให้ กรณีที่ใช้งานเพื่อความบันเทิงอย่างการดูหนังไฟล์ความละเอียดสูง ก็จะได้ภาพที่สวยงามสมจริง

Screenshot_2015-09-04-17-39-41

เช่นเดียวกับการใช้งานแท็บเล็ตเป็นโทรศัพท์ ต้องบอกว่าซัมซุงเองก็ไม่ลืมในจุดนี้ เพราะตัว Tab S2 สามารถใส่ซิมการ์ดที่รองรับการเชื่อมต่อได้ถึง 4G LTE ดังนั้น กรณีที่ต้องการพกแท็บเล็ตเพียงเครื่องเดียว และใช้งานแทนสมาร์ทโฟนก็สามารถทำได้

tab-s2-036

โดยในรุ่นจอ 8 นิ้วผู้ใช้สามารถยกแท็บเล็ตขึ้นมาโทรได้เลย แต่การใช้งานในรุ่น 9.7 นิ้ว จะเป็นการโทรผ่านลำโพงภายนอก ทำให้ถ้าต้องการใช้งานให้สะดวกน่าจะเชื่อมต่อกับหูฟัง หรือต่อหูฟังบลูทูธเพื่อใช้งานดีกว่า อย่ายกแท็บเล็ตมาแนบหูโทรเลย

Screenshot_2015-09-04-17-38-22 Screenshot_2015-09-04-17-45-07

และด้วยการที่หน้าจอมีขนาดใหญ่ ทำให้การใช้งานเว็บเบราว์เซอร์ให้ความสะดวกในการท่องเว็บมากยิ่งขึ้น สามารถแสดงผลได้เต็มหน้าแบบไม่ต้องมาคอยซูมบางจุดเพื่ออ่านรายละเอียด เช่นเดียวกับการใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์กไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ รวมถึงแอปแชทอย่างไลน์ ก็มีการแสดงผลที่ใหญ่ง่ายต่อการใช้งาน

Screenshot_2015-09-04-17-41-52 Screenshot_2015-09-04-17-42-10

อีกจุดที่ซัมซุงพัฒนาขึ้นมาใน Tab S2 คือเรื่องของการป้อนข้อมูลจากคีย์บอร์ดเสมือนที่ให้มาในเครื่อง เพราะตัวเลย์เอาท์ที่ให้มาจะเป็นแบบ 5 แถว คือถ้าใช้งานเป็นภาษาอังกฤษก็จะมีแถบตัวเลขเพิ่มมาให้เลย ส่วนถ้าเป็นภาษาไทยก็จะมีแป้นที่ขนาดใหญ่ เช่นเดียวกับการเพิ่มปุ่ม del และ Ctrl มาไว้ใช้กับคำสั่งลัดอย่าง คัดลอก ตัด วาง ให้สะดวกขึ้นด้วย

Screenshot_2015-09-03-14-48-16

นอกจากนี้ กรณีที่ต้องการใช้งานเพื่อทำงานซัมซุงก็มีพรีโหลดแอปพลิเคชันจากไมโครซอฟท์มาให้พร้อมใช้งาน ที่สำคัญคือถ้าเป็นผู้ใช้งาน OneDrive อยู่แล้วก็จะได้พื้นที่เพิ่มฟรีอีก 100 GB ไว้ใช้ในการเก็บข้อมูลผ่านระบบคลาวด์ของ OneDrive ได้ทันที

Screenshot_2015-09-04-17-49-34

โดยสรุปแล้ว ถ้ากำลังมองหาแท็บเล็ตแอนดรอยด์ ที่ประสิทธิภาพในการใช้งานสูง รองรับการเชื่อมต่อครบครัน ก็ต้องบอกว่า Tab S2 ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะจากราคาที่เปิดออกมา 15,900 บาท สำหรับรุ่น 8 นิ้ว และ 18,900 บาท สำหรับรุ่น 9.7 นิ้ว ถือว่าไม่ได้เป็นราคาที่สูงมากนัก แต่รองรับการใช้งานได้ครบถ้วน

tab-s2-005

ที่สำคัญคือในแง่ของการถือใช้งานต่อเนื่อง เพราะที่ผ่านมาแท็บเล็ตส่วนใหญ่จะมีนำ้หนักค่อนข้างมาก กับขนาดที่หนา ทำให้การที่ตัวเครื่องบาง และน้ำหนักเบาถือเป็นจุดเด่นที่สำคัญในการใช้งานเลยก็ว่าได้

About Author

nookzz

nookzz

Partners