5 ข้อควรรู้ก่อนใช้ Bada กับ 5 แรงจูงใจพัฒนาแอปฯ Bada

5 ข้อควรรู้ก่อนใช้ Bada กับ 5 แรงจูงใจพัฒนาแอปฯ Bada mobile article
เมื่อสมัยที่ Bada เวอร์ชันแรกเข้าสู่ตลาด ผู้ใช้หลายคนอาจมองว่าเป็นโทรศัพท์ฟีเจอร์โฟนทั่วๆ ที่มีความสามารถเพิ่มขึ้น แต่เมื่อ Bada 2.0 ออกมา กลับมีจุดเปลี่ยนที่ทำให้จากฟีเจอร์โฟนกลายเป็นสมาร์ทโฟนอยู่หลากหลายจุด

5 ข้อควรรู้ก่อนใช้ Bada

5 ข้อควรรู้ก่อนใช้ Bada กับ 5 แรงจูงใจพัฒนาแอปฯ Bada mobile article

เมื่อสมัยที่ Bada เวอร์ชันแรกเข้าสู่ตลาด ผู้ใช้หลายคนอาจมองว่าเป็นโทรศัพท์ฟีเจอร์โฟนทั่วๆ ที่มีความสามารถเพิ่มขึ้น แต่เมื่อ Bada 2.0 ออกมา กลับมีจุดเปลี่ยนที่ทำให้จากฟีเจอร์โฟนกลายเป็นสมาร์ทโฟนอยู่หลากหลายจุด ทีนี้มาดูกันถึง 5 จุดหลักๆที่ ทำให้โทรศัพท์ที่ใช้ Bada 2.0 กลายเป็นสมาร์ทโฟนเต็มตัว

ข้อแรก สมาร์ทโฟนสำเร็จรูป
ด้วยความที่ตัวเครื่องไม่ต้องปรับแต่งอะไรมาก แต่สามารถเข้าถึงการใช้งานอินเทอร์เน็ต อีเมล ตารางนัดหมาย ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพิ่มได้ ทำให้ Bada 2.0 กลายเป็นสมาร์ทโฟนกึ่งสำเร็จรูป ที่เพียงแค่ใส่ซิม เปิดเครื่อง ล็อกอินเข้าบัญชีต่างๆ ก็พร้อมใช้งานได้ทันที ไม่ต้องมานั่งซิงค์ข้อมูลให้ยุ่งยากอีกต่อไป

ข้อสอง ทำงานพร้อมกันได้

มัลติเทสกิ้ง กลายเป็นจุดเด่นสำคัญที่ทำให้ Bada 2.0 เหนือกว่าสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆในตลาดด้วยซ้ำไป กลายเปิดใช้งานแอปพลิเคชันพร้อมๆกัน คงเป็นความสามารถที่เหนือกว่าฟีเจอร์โฟนอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งในจุดนี้ก็ไม่ต้องกังวลว่า จะมีค่าดาต้าเพิ่มขึ้น เมื่อลืมเปิดทิ้งไว้หรือไม่ เพราะผู้ใช้สามารถเลือกเปิด-ปิดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ด้วยตัวเอง

ข้อสาม สเปกสูงราคาคุ้ม
อย่างที่รู้กันตั้งแต่สมัย Bada รุ่นแรกวางจำหน่ายพร้อมกับสินค้าตระกูล Wave ที่จะเห็นได้ว่า เมื่อเทียบสเปกต่อสเปกแล้ว ในระดับราคาเดียวกัน Wave แทบจะกินขาดในทุกๆแบรนด์ และเมื่อออกมาเป็น Bada 2.0 ก็เช่นกัน เมื่อวางตัวเป็นสมาร์ทโฟนในระดับราคา 5,000 − 10,000 บาทแล้ว เชื่อว่าเมื่อเทียบในแง่ของความสามารถ และประสิทธิภาพเครื่อง Bada คงไม่เป็นรองใคร

ข้อสี่ ออกแบบเพื่อทัชสกรีน
ข้อจำกัดสำคัญที่ทำให้เจ้าตลาดผู้พัฒนาซิมเบียน ต้องทนทุกข์อยู่ในปัจจุบันคงหนีไม่พ้นการพัฒนาต่อยอดจากระบบปฏิบัติการที่ทำงานผ่านปุ่มกดมาก่อน แต่กลับกัน Bada 2.0 ถูกพัฒนาออกมาในยุคที่โทรศัพท์หน้าจอทัชสกรีน ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ดังนั้นความลื่นไหลในการใช้งาน รวมกับลูกเล่นต่างๆของเครื่อง จึงครบถ้วนและสมบูรณ์กว่าอย่างเห็นได้ชัด

ข้อห้า หน้าจอปรับแต่งง่ายแค่ลากวาง
อินเตอร์เฟส TouchWiz ของซัมซุงเอง ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้การใช้งาน Bada นั้นไม่ยุ่งยาก เพราะผู้ใช้สามารถใช้นิ้ว ลากวาง ในการเพิ่มไอคอนลัดไว้ที่หน้าจอ ตั้งเมนูด่วนด้านล่าง ปรับแต่งวิตเจ็ตใน 7 หน้าหลัก ด้วยเหตุนี้ ผู้ใช้จึงสามารถปรับแต่งหน้าจอให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ใช้ได้แบบง่ายดาย

5 แรงจูงใจพัฒนาแอปฯ Bada

5 ข้อควรรู้ก่อนใช้ Bada กับ 5 แรงจูงใจพัฒนาแอปฯ Bada mobile article

จากยอดดาวน์โหลดมากกว่า 100 ล้านแอปฯผ่าน Samsung Apps โดยผู้ใช้งาน Bada คงเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้นักพัฒนาทั้งหลาย หันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาแอปฯ สำหรับใช้งานบนระบบปฏิบัติการ Bada ที่ล่าสุดกำลังทยอยวางจำหน่ายโทรศัพท์ที่ใช้ Bada 2.0 ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

ข้อแรก โตแบบก้าวกระโดด
ในเมื่อเป็นโอเอสในอ้อมอกอ้อมใจของค่ายมือถือที่ได้รับการยอมรับว่าเติบโตอย่างรวดเร็วมากที่สุดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้แน่ใจได้ว่าผู้ใช้งานโทรศัพท์ที่ใช้งานระบบปฏิบัติการ Bada ในท้องตลาดจะมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นในตลาดเกิดใหม่ หรือ ตลาดในประเทศที่กำลังพัฒนา ดังนั้นเมื่อจำนวนเครื่องเข้าสู่ท้องตลาดเป็นจำนวนมาก โอกาสที่จะเกิดการดาวน์โหลดแอปฯไปใช้งานก็ยิ่งสูงขึ้

ข้อสอง ง่ายในการพัฒนา
แอปฯ และเกมส่วนใหญ่ของ Bada จะทำงานบนภาษา C++ ทำให้โปรแกรมเมอร์ที่มีพื้นฐานภาษา C++ อยู่แล้วสามารถพัฒนาแอปฯ ได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องเรียนรู้ภาษาใหม่ๆให้ยุ่งยาก ยังไม่นับรวมกับชุดพัฒนาตัวใหม่ที่เป็นมิตรกับผู้พัฒนามากขึ้น ซึ่งทางซัมซุงเชื่อว่าจะมีนักพัฒนาจำนวนไม่น้อย หันมาให้ความสำคัญกับ Bada มากขึ้น

ข้อสาม ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง
ในการส่งแอปฯขึ้นไปในมาร์เก็ต เป็นที่รู้กันว่านักพัฒนาจะโดนหักส่วนแบ่งรายได้ในอัตราที่ไม่เท่ากันแล้วแต่ระบบปฏิบัติการ แต่ในขณะเดียวกันยังไม่รวมกับค่าใช้จ่ายสำหรับชุดพัฒนาที่ต้องจ่ายเป็นรายปี แต่กับ Bada สามารถเริ่มต้นพัฒนาได้กับพีซีทั่วไป บนภาษา C++ ทำให้ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเพื่อซื้อพีซีสเปกๆสูงๆ

ข้อสี่ วางโฆษณาในแอปฯ เพิ่มรายได้
ชุดพัฒล่าสุดใน Bada SDK 2.0 เพิ่มฟีเจอร์ที่ช่วยให้ผู้พัฒนาสามารถนำโฆษณาเข้าไปติดไว้ในแอปฯ (In-App Ad) เพื่อเพิ่มช่องทางหารายได้ให้มากขึ้น ทำให้นักพัฒนามีทางเลือกระหว่างสร้างแอปฯฟรี แล้วได้ส่วนแบ่งจากค่าโฆษณา หรือ สร้างแอปฯเสียเงิน แล้วรับรายได้จากค่าแอปฯ เป็นหลัก

ข้อห้า ลดขั้นตอนการตรวจสอบแอปฯ
ปัญหาที่นักพัฒนาหลายๆคนเคยเจอคือ การส่งแอปฯ ขึ้นไปยังสโตร์ หรือ มาเก็ต แล้วต้องรอเวลาในการตรวจสอบ ซึ่งบางทีอาจใช้เวลายาวนานเป็นสัปดาห์ ดีไม่ดีอาจโดนตีกลับ แต่ใน Bada การตรวจสอบเหล่านี้จะรวดเร็วกว่า และถ้าพัฒนาแอปฯมาตรงตามข้อตกลง ก็จะไม่มีวันโดนตีกลับอย่างเด็ดขาด ส่งผลให้นักพัมนาสามารถส่งแอปฯขึ้นไปให้ดาวน์โหลดใน Samsung App ได้อย่างรวดเร็ว

advertorial content

14 Comments

  1. symB on 04/01/2012 at 21:29 [#4830]:

    อ่านบทความนี้แล้ว อย่างว่าผมอย่างงั้นอย่างงี้เลยนะครับ อะไรที่มันรู้สึกว่ามันดูดีมากๆ มันก็อดสงสัยไม่ได้ว่ามันจะดีจริงๆขนาดนั้นหรือ ที่บอกอย่างนี้เพราะผมเองก้รู้สึกว่า มันน่าสนใจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของผู้บริโภค

    แต่หากลองทบทวนดูถึง “สิ่งที่ไม่ใช่แรงจูงใจที่จะใช้Bada” ล่ะ มันมีอะไรบ้างที่น่าคิด

    ขออนุญาตยกตัวอย่าง 1.ประสบการณ์จากผู้เคยใช้ที่ผ่านๆมาเสียตอบรับไม่สู้ดีจนถึงขั้นแย่ ฟีเจอร์บางอย่างโฆษณาไว้ว่ามีว่าใช้ได้ พอเอาเข้าจริงใช้ไม่ได้ โดยมีข้ออ้างนั่นนี่ไม่พร้อม ถึงขั้นผู้ใช้เดือดร้อนต้องไปร้องเรียน สคบ.

    2.โทรศัพท์ค่ายนี้มีปัญหาร้องเรียนอีกเช่นเดิม ในเรื่องของบริการหลังการขายที่เกิดขึ้น กับโทรศัพท์รุ่นที่ไม่รับการนิยม ว่าไม่ได้รับการแก้ไขดูแล แล้วในนั้นก็มีBada ด้วย ซึ่งมันเป็นระบบปฏิบัติการที่คุณปั้นมาเองแท้ๆ

    3.โทรศัพท์ค่ายนี้ทำการตลาดขายโทรศัพท์มากมายหลายรุ่นหลายราคา เข้ากับกลุ่มลูกค้าได้หลายกลุ่มแทบทุกระดับก็ว่าได้ แต่โทรศัพท์ที่ออกมาขายมากมายอย่างที่กล่าวมา เป็นระบบปฏิบัติบัติการอื่นที่ไม่ใช่Bada แทบทั้งสิ้นและแนวทางก็ไปได้สวย ส่งเสริมการขายแพร่หลายได้รับความนิยม ขณะที่Bada การโฆษณาให้เป็นที่รู้จักน้อยแสนน้อย น้อยจนน้อยคนจะรู้จักว่าBada คืออะไร

    เอาแค่ที่ยกมาผมก็ว่ามันคงเป็นเรื่องหนักใจพอสมควรหากผู้ใช้ จะกล้าพอไปเสี่ยงลองซื้อมาใช้ดู เพราะจะบอกว่าBada พัฒนาแบบก้าวกระโดดหรืออะไรก็ตามแต่ แต่อดีตของBada และปัจจัยแวดล้อมอื่นๆมันยากจะทำใจจริงๆครับ

    แต่ลึกๆผมก็หวังว่าวันหนึ่งBada จะเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะการเริ่มต้นมันก็ยากทั้งนั้นล่ะครับ

  2. marty on 04/01/2012 at 21:41 [#4831]:

    เขาเรียกบทความโฆษณาครับ

  3. Peep on 05/01/2012 at 17:08 [#4833]:

    อ่านดูเว่อร์ไปนิดนะ เค้าเลิกเขียนกันละมั้งฮะ ข่าว PR แบบนี้

  4. Eka-X on 05/01/2012 at 17:49 [#4834]:

    เขียน advertorial content ไว้จางมากๆ ด้านล่าง

    เพิ่มข้อ 6 ไปอีกข้อแล้วกัน

    6. อาจถูกทอดทิ้งโดยไม่ใยดีจากซัมซุงได้ง่ายๆ และมาพร้อมซอฟต์แวร์ที่ไม่สมบูรณ์ และไม่มีอนาคตว่าซัมซุงจะทำให้สมบูรณ์

  5. อดีตผู้ใช้ Bada on 05/01/2012 at 19:12 [#4835]:

    เคยหลงไปซื้อตอน SS wave รุ่นแรกที่ออกมาปุ๊บของขาดตลาดปั๊บ แถมต้องวิ่งหาของกันทั่วมาบุญครองกว่าจะได้เป็นเจ้าของเครื่อง ตอนนั้น wave เป็นเรือธงหัวแถวของโทรศัพท์ Bada เลยทีเดียว และ “โดนลอยแพ” จาก SS แทบจะในทันที ทั้งระบบ Social app ที่ไม่พร้อม พร้อมกับข้ออ้างบ้าบอคอแตกอีกนานับประการ แถม App ดีๆก็ไม่มีมาลง ที่มีใน Samsung App ก็กากเกินกว่าจะเอามาใช้ประโยชน์ได้จริงนอกจากจะเพื่อการโฆษณาว่า โทรศัพท์ชั้นก็ลงแอฟได้นะจ๊ะ เลยทำให้ต้องมาวิเคราะห์กันอีกทีว่าการซื้อโทรศัพท์ hardware เทพ มานั่งเล่น Software กากๆ มันคุ้มกว่าการที่ซื้อ Hardware กลางๆ มาเล่น software เทพๆจริงหรือ? แล้วก็พบคำตอบว่า เปลี่ยนมาใช้ SS ที่เป็น Android ดีกว่ากันเยอะ

    ปัจจุบัน มีความสุขดีกับ SSGS ที่ Hardware เท่ากับ Wave แต่รันด้วย Android แถมราคาแพงกว่ากันเท่าหนึ่ง

  6. Arugi on 06/01/2012 at 10:29 [#4836]:

    คนที่เคยใช้ bad-a มาเท่านั้น ที่จะรู้ว่ากากขนาดไหน

    ใครซื้อเพราะเครื่องสวย ไม่ว่ากันเพราะสวยจริง

    แต่ความสามารถ ระดับต่ำเตี้ยติดดิน

  7. danya on 06/01/2012 at 12:30 [#4837]:

    ใช้อยู่ เข็ดแล้วครับ

    Samsung โฆษณาเกินจริง ขาดความรับผิดชอบ

    ผิดหวังมาก ซัมซุงมัวแต่ผลิต ขายของใหม่อย่างเดียว

    แต่แทบจะไม่สนใจที่ตัวเองไข่ทิ้งไว้เลย

    Samsung นี่แสบนัก

    ไม่คิดจะใช้ของมันอีกเลย

    ผมไม่ได้จะมีดิสเครดิต แต่ถ้าใครที่ใช้ Wave จะรับรู้ได้ ว่าผมพูดทั้งหมด ยังน้อยไป

  8. Jakrapong on 06/01/2012 at 12:53 [#4838]:

    Bada เป็นแพลตฟอร์มที่พัฒนากันมาเรื่อยๆ จาก 1.0 เป็น 2.0 และมีพัฒนาการมาตลอดครับ แรกๆ ก็จริงที่ยังไม่โดนใจผู้ใช้มาก แต่ 2.0 ที่หลายคนอาจจะยังไม่ได้ลองนั้นมันก็ทำดีขึ้นมาครับ ลองให้โอกาสกับมันดูนะครับ ตัวเครื่องเองผมว่ามันไม่เลวนะครับ หน้าตาก็โอเค

  9. What ? on 06/01/2012 at 13:40 [#4839]:

    สำหรับผมกับ Wave S8500 ตัวแรก(ที่ตอนนี้มันยังนอนแอ้งแม้งอยู่ในกล่องแบบไร้อนาคต…และไม่รู้ว่าจะได้อัพ 2.0 เมื่อไร – - )

    ต้องของบอกเลยว่า ” เจ็บนี้….อีกนาน “

  10. gidd on 08/01/2012 at 01:51 [#4840]:

    ” ข้อแรก โตแบบก้าวกระโดด ”

    ใช่หรอ ?…. เหมือนมันจะกระโดดแค่ทีเดียว (2เดือนแรก) แล้วตกลงมาขาพิการเลยมากกว่าม้างงงงง

    ตอนนี้ไม่ว่าใคร ก็ไม่แนะนำบาด้าทั้งนั้นแหละครับ แค่นำทาง GPS แบบ Offline ดีๆซักตัว ยังไม่มีเล้ย

  11. danya on 09/01/2012 at 00:55 [#4841]:

    คิดจะใช้มือถือ อย่าใช้บาด้า เหมาะกับคำนี้มากๆ ครับ อิอิ

  12. neskita on 10/01/2012 at 08:42 [#4842]:

    เพิ่งรู้ว่าจัก Bada เมื่อไม่นานนี้เองอ่ะ หน้าตาคล้ายกับ andriod เนอะ ตัวเครืองที่เป็นลักษณะเฉพาะ คือ ปุ่มกดที่เป็นแท่ง ชื่อ ซีรี่ย์ WAVE

  13. Best Kiarthisak on 13/01/2012 at 09:59 [#4843]:

    มันยากนะถ้าจะทำให้โอเอสของตัวเองบูม

    ถ้าไม่ได้เจ๋งจริงแบบ iOS ของ Apple

แล้วคุณคิดว่าอย่างไรบ้าง?

*